exness,forex,เทรด forex,เล่น forex
เปิดบัญชี forex,สมัครเล่นหุ้น
ระบบเทรด,โปรแกรมเทรด,mt4
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โบรกเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โบรกเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เล่นหุ้นออนไลน์ มือใหม่โปรดคลิ๊ก


คุณพร้อมหรือยัง?


"การสร้างรายได้จากโลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้ มีมากมายหลายรูปแบบ ผ่านธุรกิจต่างๆรวมไปถึงการลงทุนในตลาด Forex หรือตลาดซื้อขายสกุลเงินระหว่างประเทศซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้คุณได้อย่างมหาศาล"

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเล่นหุ้นแต่มีทุนไม่เพียงพอหรือมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเล่นหุ้นอยู่แล้วก็ลองอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการเทรด Forex ดูครับ เพราะเป็นการลงทุนที่น่าสนใจการเทรด Forex จะคล้าย ๆ กับการเล่นหุ้นแต่ Forex จะมีสะภาพคล่องสูงกว่ามาก กร๊าฟวิ่งขึ้น-ลงเร็วและยังสามารถเล่นได้ทั้งกร๊าฟขาขึ้นและขาลง จากสภาพคล่องสูงนี่เองที่ทำให้เทรดได้หรือเสียเร็ว เงินลงทุนก็เริ่มต้นเพียง $1 เท่านั้น

Forex คืออะไร?

Forex (FOReign Exchange market) คือ ตลาดทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่ซื้อ-ขายกันในตลาดนี้คือเงินตราสกุลต่างๆ (การเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) ในการซื้อ-ขายเงินตราเหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบการจับคู่แลกเปลี่ยน ตัวอย่างเช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF, USD/CAD, GBP/JPY เป็นต้น 

ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าทุกตลาดทางการเงินในโลกนี้รวมกัน โดยก่อนที่จะมีอินเตอร์เน็ตแพร่หลายนั้น ตลาด Forex จะมีผู้เล่นเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เช่น ธนาคาร กองทุน ผู้นำเข้า และส่งออก แต่เมื่อมีอินเตอร์เน็ตก็เริ่มมีการพัฒนาระบบเทรดบนอินเตอร์เน็ต และเริ่มมีโบรกเกอร์ที่ให้บริการสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจให้สามารถเริ่มต้นเทรดได้ด้วยทุนเพียง $1 เท่านั้น จึงทำให้การลงทุนในตลาดแห่งนี้แพร่หลายไปทั่วโลก





(FOREIGN EXCHANGE MARKET)


ตลาด Forex คือ ตลาดกลางสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่าง ๆ ทั่วโลก ที่รู้จักในชื่อของ FOREX , Forex , Retail Forex , FX , Spot FX หรือ Spot
ตลาด Forex นั้นเป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก และกระจายอยู่ทั่วโลก ได้แก่ นิวยอร์ค ลอนดอน ญี่ปุ่น ยุโรป และ ออสเตรเลีย การที่มีตลาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยแต่ละพื้นที่มีเวลาเหลื่อมกัน ทำให้เสมือนว่าตลาด Forex นั้นเปิด และมีการซื้อขายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าเทียบกับเวลาในประเทศไทยแล้ว ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่ตี 4 ของเช้าวันจันทร์ จนถึง ตี 4 เช้าวันเสาร์ หรือก็คือ 24 ชม ยกเว้นวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ นั้นเอง ปัจจุบันตลาด Forex นั้นมีมูลค่าการซื้อขายต่อวัน สูงถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าทุกตลาดทางการเงินในโลกนี้รวมกัน


ผลตอบแทนกับการลงทุนในตลาด FOREX




  • ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด Forex นั้นสูงมาก เมื่อเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้น หรือการลงทุนในกองทุน สำหรับผู้ติดตามการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน อาจสงสัยว่าการลงทุนในตลาด Forex ซึ่งซื้อขายเงินตราสกุลเงินต่าง ๆ จะให้ผลตอบแทนสูงได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละวันอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาของสกุลเงินต่าง ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงน้อยมาก (ไม่ถึง 1%)





  • สิ่งที่ทำให้ตลาด Forex ให้ผลตอบแทนสูง นั่นคือ "ระบบ Leverage" ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุน สามารถลงทุนและทำกำไรได้เหมือนมีทุนเป็นร้อยเท่าจากทุนจริงที่มีอยู่ และสามารถเลือกทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น และขาลง ซึ่งทั้งหมดนี้เหมือนกับการลงทุนใน Gold Future, TFEX หรือ SET50 Future เพียงแต่ว่า สัดส่วน Leverage นั้นสูงกว่ามาก





  • หลายคนอาจสงสัยว่า.. "ผลตอบแทนสูง นั้นสูงขนาดไหน ?" เปรียบเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น การลงทุนซื้อหุ้นในตลาดทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดได้บ่อย
    แต่สำหรับตลาด Forex การทำกำไรนั้น เป็นเรื่องปกติ และธรรมดามาก จะเห็นได้ว่า ผลตอบแทนนั้นสูงมาก แต่ในทางกลับกันก็เป็นการลงทุนที่มีอัตราเสี่ยงสูงมาก (High Risk = High Return)
    มี 100 ก็หมด 100 ได้ไม่ยาก ในเวลาอันสั้นเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่สนใจ และอยากลองลงทุนในตลาด Forex ควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน


  • ความน่าสนใจของตลาด Forex
    - เงินลงทุนต่ำเริ่มต้นเพียง $1
    - ตลาด online ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 24 ชั่วโมง 
    - สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง 
    - ค่าดำเนินการต่ำโบรกเกอร์เก็บค่า spreed เริ่มต้นเพียง 2 pips ต่อเทรดเท่านั้น (คู่ EUR/USD) 
    - สามารถทดลองเทรดได้เสมือนจริงโดยใช้ virtual money (เงินปลอม) บนระบบจริง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
    - หากคุณศึกษาหาความรู้จนเกิดความชำนาญก็สามารถเทรด Forex เป็นอาชีพได้ 
    - เป็นงานออนไลน์แห่งทุกปีและทุกยุคสมัยตลอดไป ใช้เวลาอยู่กับคอมพร้อมสนุกไปกับมัน
    - ต่างจากงานออนไลน์ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องโปรโมทสื่อ หรือชวนคนใดๆ เพราะนี้ไม่ใช่ธุรกิจ MLM เพราะเราเทรด Forex มันได้มากกว่าธุรกิจชวนคนที่ไ้ด้ค่าคอม วันๆหนึ่งเราเทรด 3 ชั่วโมงกำไร 100 ดอล(3พันบาท) มันเป็นอะไรที่ได้เงินง่ายมากๆ แค่ไม่กี่นาทีเราก็สร้างรายได้แล้ว เพราะตลาดนี้มันทำกำไรได้เร็วที่สุดในโลก 


    ลงทุนใน Forex ได้เงินจริงหรือเปล่า?
    เล่น Forex แล้วได้เงินจริงหรือเปล่า ผมขอตอบว่า...ได้จริงและเสียจริงครับ อยู่ที่ว่าคุณทำได้หรือเปล่า คุณต้องขยันศึกษาหาความรู้ หาเทคนิคในการทำกำไร มีหลายคนฝึกฝนจนสามารถยึดการเทรด Forex เป็นอาชีพหลักได้ ความสำเร็จดังกล่าวอยู่ที่การฝึกฝนครับ ก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ การที่จะเก่งได้นั้นก็ต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝน การเล่น Forex จะคล้ายๆ การเล่นหุ้น แต่เป็นการซื้อขายค่าเงินระหว่างคู่เงินแทน เป็นการเก็งกำไรจากค่าเงิน ตลาดเงินจะคล่องตัวกว่าตลาดหุ้นมาก ส่วนตลาดหุ้นเค้าจะเน้นกิจการดี ปันผลเยี่ยม แต่ยังไงๆก็สู้ตลาดเงินไม่ได้อยู่ดีเพราะวันๆหนึ่งเราสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่า 10% - 100%++ ต่อวันได้เลย แต่หุ้นไม่สามารถทำได้ ถึงทำได้ก็น้อย ถ้าเล่นแบบปั่นผล ก็จะมีไตรมาสล่ะ 20% 3 เดือนจ่ายที ซึ่งเป็นไรที่ช้ามาก สมมุติคุณลงไป 1 แสน บาทในการเล่นหุ้นหรือถือหุ้นบริษัทหนึ้งที่ให้ปั่นผล 20%ต่อไตรมาส พอ 3 เดือนปุ๊ป คุณก็จะได้ 2 หมื่น เทียบกับการเล่นค่าเงิน วันหนึ้งคุณทำกำไรจาก 1 แสน เป็น 1แสน 2 หมื่นบาท นั้นหมายถึงคุณทำกำไร 20% ต่อวันแล้ว ถ้าคิดเป็น 3 เดือนล่ะจะซักเท่าไหร่?เดือนหนึ่งเทรดได้ 20 วัน ก็เอา 20 วัน*3 เดือน = 60 วัน คุณเทรดได้กำไร 20%ต่อวันลองคูณดูมันจะซักเท่าไหร่ 20,000 * 60 = 1,200,000 บาท ภายใน 3 เดือน ซึ้งเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆกับการเล่น Forex โบรกเกอร์ที่ให้บริการเทรด Forex ส่วนใหญ่แล้วจะมีเงินปลอมให้ทดลองเทรด (Demo Account) จึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยเล่นด้วยเงินจริง การตั้งใจศึกษาและฝึกฝนจนเกิดความชำนาญจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรด Forex ได้

    เวลาทำการของตลาด
    ตลาด Forex นั้นมีหลายแห่งในโลก มีเวลาการเปิดปิดที่คาบเกี่ยวกัน ทำให้สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ตั้งแต่เช้าวันจันทร์เวลาตี 4 จนถึงเช้าวันเสาร์เวลาตี 4 (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งตลาดต่างๆ มีเวลาเปิด-ปิดดังนี้ 

    ตลาดประเทศเวลาทำการ
    ชื่อย่อชื่อเต็มเวลาเปิดเวลาปิด
    AUDAustralian DollarAustralia5.0013.00
    JPYJapanese YenJapan7.0014.00
    CHFSwiss FrancSwitzerland13.0021.00
    EUREuroEuropean Monetary Union13.0021.00
    GBPBritish PoundGreat Britain14.0022.00
    USDUS DollarUnited States19.003.00

    เริ่มต้น forex อย่างไร
    ก่อนอื่นก็ต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเทรดก่อนนะครับ
    - คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง จะเป็น PC หรือ Notebook ก็แล้วแต่สะดวกครับ
    - อินเตอร์เน็ต ควรเป็นแบบไฮสปีดหรือหากต่อผ่านมือถือก็ได้เช่นกันครับ
    เมื่ออุปกรณ์ในการเทรดพร้อมก็มาเตรียมตัวเพื่อเทรดกันครับ (ไม่มีคอมPCก็ร้านเน็ตครับ...จบเลย...ง่ายดี)
    - ศึกษาและฝึกฝน ผมแนะนำให้เล่นด้วย Demo Account(คือบัญชีทดลองเล่น โดยมีเงินจำลอง 1 แสนดอลล่า) จนกว่าคุณจะสามารถทำกำไรได้มากกว่าเสีย จากนั้นค่อยเริ่มเล่นด้วยเงินจริง การเล่นด้วย Demo Account นี้ทุกอย่างคือของจริง ยกเว้นการเล่นได้หรือเสีย จะไม่ได้และไม่เสียจริง เพราะเป็นเงินที่ใช้ทดลองเล่น มือใหม่ควรศึกษาการเทรด ก่อนเทรดด้วยเงินจริง อย่างน้อยก็ควรมองเทรนของตลาดให้ออกก่อน

    ขั้นตอนการเปิดบัญชีโปรดคลิ๊ก

    วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

    วิธีฝากเงินลงทุนกับEXNESS ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นCounter Service



    วิธีฝากเงินลงทุนกับEXNESS ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นCounter Service

    1.ล็อก อิน เข้า  exness  เลือกaAdd funds โอนขั้นต่ำ350บาท หรือแล้วแต่ค่าเงินขณะนั้น ทั้งนี้และทั้งนั้นคำนวณออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า10$ เช่น ถ้าค่าเงินบาทตอนนี้เท่ากับ30บาทต่อ1$ ยอดโอนขั้นต่ำก็อยู่ประมาณ330บาทถ้วน(เพราะต้องเพื่อค่าธรรมเนียมของทาง โบรกเกอร์ด้วย) ทางโบรกเกอร์อนุญาติให้โอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเท่าไรก็ได้ไม่จำกัดยอดเงิน ในบัญชีซื้อขายหุ้นของท่าน(เงินในบัญชีนี้สามารถถอนออกได้ตลอดเวลาตามความ ต้องการของท่าน เงินในบัญชีนี้คือเงินของท่านไม่ใช่เงินของทางโบรกเกอร์)

    2.ระบบจะเปลี่ยนเงินของท่านเป็นเงินดอลล่า



    3.ตรวจสอบความถูกต้อง

    4.ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้แล้วนำไปให้พนักงานคิดเงินที่711หรือโลตัส คลิ๊กdoneไปเรื่อยๆจนกว่าจะกลับสู่หน้าของโบรกเกอร์Exness




    ผ่านแบงค์ Online ในประเทศไทย Ex. ผ่าน SCB (แบงค์ไทยพานิชย์)

    Log in เข้าระบบ

    ไปที่เมนู เพิ่มเงิน ใส่จำนวนเงิน หน่วยเป็น บาท
    แล้วเลือกประเภท เป็นการชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย 
    แล้วคลิ๊ก "ทำการฝากเงิน"


    มาที่หน้าต่างนี้ คลิ๊กเมนู " ยืนยันการชำระเงิน"


    จากนั้นมาหน้า การชำระเงินผ่านแบงค์ออนไลน์ ..เจ้าของเวป พ่วงกับ บัญชี ออนไลน์ ของ SCB
    บรรทัดแรก ใส่หมายเลข บัตรประชาชน เพิ่มเข้าไป บรรทัดอื่นๆ มีอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่เพิ่มเข้าไป
    แล้วคลิ๊กปุ่ม "ยอมรับและดำเนินการต่อ"


    ขึ้นหน้านี้มาเพื่อให้เราตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องไหม..ถ้าถูกต้องคลิ๊กปุ่ม "ดำเนินการต่อ"

    ระบบกำลังดำเนินการ "กรุณาอย่าคลิ๊ก Back หรือ Refresh"


    มาหน้า login บัญชี SCB Online ให้ใส่ user และ password ของ SCB ของเราแล้วกดปุ่ม Sumbit

    ** จะขึ้นหน้าต่างประมวลผลข้อมูล ห้ามปิดหน้าจอเด็ดขาด

    ถ้าสมัคร Deposit ผ่าน Online Bank thailand ครั้งแรก
    จะต้องยืนยันตัวตนก่อน ..เมื่อขึ้นหน้านี้มาก็คลิ๊กปุ่ม OK 

    แล้วจะมี SMS  OTP จาก scb ส่งมา ...
    ให้เอาตัวเลขตรงนั้นมาใส่ ในช่อง your OTP.... แล้วคลิ๊กปุ่ม OK



    ก็จะขึ้นหน้า ว่า ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย แล้ว ก็กดปุ่ม OK
    ขึ้นหน้านี้เพื่อแสดงให้เราทราบว่า เราทำรายการชำระเงิน 500 บาท  .. ก็ กดปุ่ม  SUBMIT
    หน้านี้ ให้กดปุ่ม  PAY
    รอเวปประมวลผลการทำงาน (ห้าม กดปิดเด็ดขาด)
    ทำรายการเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม "กลับไปที่ร้านค้า"

    พอมาหน้านี้จะรอให้มันกลับไปเวป EXness เอง หรือ กดปุ่มสิ้นสุดทำรายการก็ได้ค่ะ

    ก็จะกลับมาหน้าเวป Exness บัญชีเรา  จะขึ้นคำว่า Payment successfully completed. 
    (ทำการ deposit หรือเพิ่มเงินในบัญชี เสร็จสิ้นค่ะ)

    ลองคลิ๊กเมนู main หรือ หลัก  ก็จะเห็นยอดเงินเรามีในบัญชี 16.48 Usd
    (เพราะ เราเอาเงินเพิ่มเข้าไป 500บาท ..คิดตามเรทค่าเงินบาทปัจจุบัน)

    วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

    การเลือกโบรคเกอร์

    การเลือกโบรคเกอร์
    เราต่างก็รู้จัก Forex  กันดีพอสมควรอยู่แล้ว และอย่างที่เรารู้กันดีอยู่ว่า เราไม่สามารถเทรดในตลาด Forex ได้ถ้าไม่มีโบรคเกอร์ และแน่นนอนว่าเราคงอยากเทรดกับโบรคเกอร์ดีๆ ที่สามารถให้บริการได้ตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเลือกเทรดกับโบรคเกอร์ซักแห่ง แต่ก่อนที่จะเลือกโบรคเกอร์ซักแห่งก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับความเป็นมาคร่าวๆ และประเภทของโบรคเกอร์กันก่อนดีกว่า
    ความเป็นมาของเทรดเดอร์รายย่อยในตลาด Forex
    เมื่อลองย้อนกลับไม่เมื่อยุค 90 การเข้ามาเทรดในตลาด Forex นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมที่สูงมาก ผู้ที่จะเข้ามาเทรดในตลาดแห่งนี้ได้นั้นจะมีเฉพาะมหาเศรษฐีที่มีเงิน ห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาเทรดส่วนใหญ่จึงเป็นพวกสถาบันการเงิน หรือบริษัทใหญ่ๆเท่านั้น ในช่วงนั้นรัฐบาลเข้มงวดมากในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
    และหลังจากนั้น  CFTC (Commodity Futures Trading Commission หรือ คณะกรรมการกากับดูแลตลาดอนุพันธ์ของสหรัฐฯ) ได้เปิดทางให้มีพระราชบัญญัติใหม่ขึ้น 2 ฉบับ คือ Commodity Exchange และ  Commodity Futures Modernization และนั่นก็เป็นการเปิดประตูให้แก่โบรคเกอร์ Forex ออนไลน์ และเมื่อการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต ที่สามารถทำให้เราสามารถเข้าถึงเว็บทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Forex เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย และเมื่อการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมเรามากขึ้น โบรคเกอร์ Forex ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น จนมาถึงตอนนี้เรามีโบรคเกอร์ให้เลือกแบบนับไม่ถ้วน เพราะผลประโยชน์ในตลาดนั้นมีให้เก็บเกี่ยวกันอย่างมหาศาล คุณลองจินตนาการดูว่า แค่ค่า Spread เพียงไม่กี่จุดต่อการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งก็ปาไปเท่าไหร่แล้วล่ะ คนนึงเปิดกันวันละกี่ออเดอร์ แล้วคนกี่คนล่ะ ?  โอวววว คิดแค่นี้ก็เห็นแล้วว่ามันเป็นเงินหาศาล จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่โบรคเกอร์จะพยายามทำให้ตนเองมีลูกค้ามากที่สุด ต่างก็มีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจมาเสนอเป็นทางเลือกให้ลูกค้ามากมาย และเป็นการยากพอดูที่จะแยกให้ออกว่าโบรคเกอร์ไหนดีและโบรคไหนที่ไม่ดี โดยเฉพาะกับเทรดเดอร์ใหม่ๆที่ประสบการณ์ยังน้อย มักจะโดนหลอกได้ง่ายๆ ด้วยโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ จริงมั้ย ?

    สิ่งสำคัญ 6 ประการในการเลือกโบรคเกอร์
    1. ความปลอดภัย
    อันดับแรกเลยก็คือ โบรคเกอร์ที่ดีจะต้องมีความปลอดภัยสูง เพราะเราคงไม่อยากเอาเงินของเราไปฝากไว้กับคนที่ไว้ใจไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ดังนั้นเราจึงต้องเช็คความน่าเชื่อถือของโบรคก่อนเป็นอันดับแรก เราสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์ได้โดยง่ายดาย เพราะมีหน่วยงานที่กับกำดูแลกระจายกันอยู่ทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นเราจึงต้องดูก่อนว่าโบรคเกอร์ต่างๆเหล่านั้นได้รับการจดทะเบียนเป็นสมาชิกกับองค์กรเหล่านั้นหรือไม่ และต่อไปนี้คือรายชื่อองค์กรที่ดูแลในแต่ละประเทศ
    • สหรัฐอเมริกา : National Futures Association (NFA)  และ  Commodity Futures Trading Commission (CFTC)
    • อังกฤษ : Financial Services Authority (FSA)
    • ออสเตรเลีย : Australian Securities and Investment Commission (ASIC)
    • สวิสเซอร์แลนด์ : Swiss Federal Banking Commission (SFBC)
    • เยอรมัน : Bundesanstalt für Finanzdienstleistungsaufsicht (BaFIN)
    • ฝรั่งเศส : Autorité des Marchés Financiers (AMF)

    2. ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม
    ในทุกๆครั้งที่เราเปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะซื้อ หรือ ขาย จะได้กำไรหรือขาดทุน เราก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม นั่นก็คือ"ค่าสเปรด" หรือ ค่า "คอมมิสชั่น" นั่นเอง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปรกติที่เราจะต้องเลือกโบรคเกอร์ที่เรียกเก็บค่าการทำธุรกรรมที่เหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป แต่มีความน่าเชื่อถือสูง

    3. การฝากและถอนเงิน
    โบรคเกอร์ที่ดีจะต้องมีระบบฝากถอนเงินที่ดี สามารถให้คุณฝากและถอนเงินได้อย่างอิสระ จะฝากหรือถอนตอนไหนก็ได้ เพราะโบรคเกอร์ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะต้องทำให้การถอนเงินของคุณเป็นเรื่องยาก เพราะเหตุผลเดียวที่พวกเขาถือเงินของคุณไว้คือ "อำนวยความสะดวกในการซื้อขาย" ดังนั้นคุณควรจะแน่ใจได้ว่า เมื่อเวลาใดก็ตามที่คุณต้องการถอนเงิน คุณจะถอนได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ

    4. โปรแกรมเทรด
    ในการเทรดออนไลน์ ส่วนใหญ่เราก็จะเทรดผ่านโปรแกรมเทรดของทางโบรคเกอร์ (ส่วนมากที่ใช้กันอยู่ก็คือ MT4) ซึ่งเราก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบการซื้อขายของโบรกเกอร์ของคุณจะต้องใช้งานง่ายและมีเสถียรภาพ ดังนั้นเมื่อเราเลือกโบรคเกอร์ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่า โปรแกรมเทรดของโบรคเกอร์นั้นมีอะไรให้เราบ้าง เช่น มีฟีดข่าวให้ใช้ฟรี มีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆให้หรือเปล่า มีรูปแบบชาร์ตอะไรให้เราบ้าง แล้วที่มีให้นี้มันเพียงพอกับความต้องการของคุณหรือเปล่า

    5. ความรวดเร็วการดำเนินการซื้อ-ขาย
    สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ โบรคเกอร์ที่ดีควรจะมีระบบการดำเนินงานที่รวดเร็ว ทำให้คุณได้ราคาที่ดีในการซื้อขาย ภายใต้สภาพปรกติของตลาด ซึ่ง หมายถึงในช่วงเวลาที่ไม่มีข่าวอะไรมาทำให้ตลาดตกใจ เพราะมันไม่มีเหตุผลที่โบรคเกอร์จะไม่เปิดออเดอร์ของคุณต้องการ หรือ ในราคาตลาดที่ใกล้เคียงกับที่คุณต้องการ 
    ตัวอย่างเช่น สมมติว่าอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้นั้นมีเสถียรภาพดีอยู่แล้ว และถ้าคุณคลิก "ซื้อ" EUR / USD ที่ 1.3000 สำหรับคุณควรจะได้รับในราคานั้น หรือไม่ก็ต่างไปเล็กน้อย แต่ควรจะอยู่ใน pips ไมโครของมัน ( ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นได้ชัด เช่น ถ้าเป็นโบรค 5 จุด เมื่อคุณเปิดซื้อ ที่ราคา 1.30000 ก็ควรจะอยู่ที่ระหว่าง 1.30001-1.30009 แต่ไม่ควรต่างกันมากกว่านี้ ) เพราะความเร็วในการรับคำสั่งซื้อของคุณนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณ Scalper

    6 . การบริการลูกค้า
    เพราะไม่มีโบรกเกอร์ไหนที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกโบรกเกอร์ที่คุณสามารถจะติดต่อได้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น โบรคเกอร์ที่ดีควรที่จะสามารถรับมือกับปริมาณของบัญชีลูกค้าทีมีจำนวนมาก หรือ สามารถจัดการกับปัญหาการให้บริการทางเทคนิคได้ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าเกิดปัญหาทางระบบเทคนิค ระบบเซอร์ฟเวอร์ของโบรคเกอร์เกิดขัดข้องขึ้นมา ระบบเทรดค้าง เนื่องจากเพิ่งมีประกาศข่าวสำคัญมากออกมา ทำให้มีปริมาณการซื้อขายเข้ามาก และในขณะที่ราคากำลังวิ่งอย่างรุนแรงนั้นคุณก็มีออเดอร์ที่เปิดค้างไว้ ถ้าเป็นแบบนี้ คุณคงไม่ชอบแน่ๆ  
    ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้น โบรคเกอร์ควรจะยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าจะยินดีช่วยเฉพาะในขั้นตอนการเปิดบัญชี แต่ไม่สนใจใยดีเมื่อคุณเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ

    วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

    ความแตกต่าง ระหว่าง คนรวย กับ คนจน












    คนส่วนใหญ่คิดและมองความสำเร็จในชีวิตด้วยจำนวนเงินในกระเป๋า ซึ่งนั้นก็ไม่ผิดครับ เพราะคำว่ารวย มันคือการมีเงินมาก แต่พอสภาพแวดล้อมรอบข้างมันเป็นแบบนี้มากๆเข้า พอเราอยากประสบความสำเร็จ เราก็พุ่งเป้าไปที่ภาพที่เราวาดไว้ว่าคนรวยต้องมีเงิน ดังนั้น ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินมา ซึ่งมันก็มีคนที่ไปถึงจุดนั้นได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นปกติ
    คนที่ทำไม่ได้ ก็มีข้อโต้แย้ง และข้อแก้ต่างมากมายต่างกันไป ขอยกตัวอย่างข้อแก้ต่างบางข้อนะครับ
    1. คนเราเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากันนิ
    ขอแย้งกลับด้วยการเล่าเรื่องนี้ครับ
    มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ครอบครัวอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีเงินไทยติดมาซักแดง ครั้งแรกที่เริ่มทำงาน เขาไปทำงานที่ร้านเจริญโภคภัณฑ์ เมื่อตอนอายุได้ 19 ปี โดยทำงานในตำแหน่งแคชเชียร์ หลังจากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่สหพันธ์สหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย และบริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด (ตามลำดับ) จนเมื่ออายุ 25 ปี ได้กลับมาทำงานอีกครั้งที่เจริญโภคภัณฑ์ ปัจจุบันแกก็ยังทำงานที่นี่ครับ แต่ในฐานะ “เจ้าของ” ชายคนนี้ ชื่อว่า ธนินท์ เจียรวนนท์ ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐฐีอันดับต้นๆของประเทศไทย จะเห็นว่าเสี่ยธนินท์ ไม่ได้รวยตั้งแต่เกิดนะครับ
    2. ฉันไม่รวยเพราะฉันโชคร้าย จังหวะชีวิตไม่ดี
    ขอยกตัวอย่างสตีฟ จ๊อบ ชายผู้ซึ่งเคยถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองเป็นผู้ก่อตั้งด้วยซ้ำ ถ้าฟังหรือได้อ่านคำสัมภาษณ์ของเขาในหลายๆครั้ง เขามีมุมมองว่า “การถูกไล่ออกจากบริษัทApple กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผม  ภาระหนักอึ้งของความสำเร็จมันถูกแทนที่ด้วยภาระที่แทบจะไม่มีเลย เปิดโอกาสให้ผมเป็นผู้ริเริ่มอีกครั้ง  ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ไม่มีอะไรที่คุณจะมั่นใจได้เลย  แต่มันก็ได้ปลดปล่อยให้ผมได้เข้ามาสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ทีสุดในชีวิต”
    ใครจะว่าสตีฟ จ๊อบ โชคร้ายในตอนนั้น? ผมว่า ทุกๆคนในโลกนี้ล่ะ ไม่ว่าจะจน จะรวย เจอเรื่องแย่ๆกันทุกคน แล้วแต่ว่าจะเจอในช่วงเวลาไหน แต่วิธีการคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งนี้แยกคนออกมาเป็น 2 ประเภท คือ คนที่มีความสุข กับ คนที่จมอยู่กับความทุกข์ คุณว่าคนแบบไหนสมควรได้รับรางวัลเป็น “ความรวย” เป็นการตอบแทน??
    3. คนรวยถ้าไม่ได้รวยตั้งแต่เกิด ส่วนใหญ่เขาฉลาดด้วยนะ ส่วนฉัน ไม่ใช่แบบนั้น
    อันนี้เถียงยากครับ เพราะไม่ได้มีการวัดไอคิวเศรษฐีมาหาค่าเฉลี่ยดูว่าไอคิวพวกเขาเหล่านั้นอยู่ในระดับไหน แต่จากประสบการณ์ที่เห็นหลายๆคน  บางคนไม่ได้เป็นคนเก่งมากมาย แต่เพียงเพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำ มันเลยทำได้ดีกว่าคนทั่วไป  ลองอ่านบทสัมภาษณ์เศรษฐีที่โตได้ด้วยตัวเองดูนะครับ หรือลองค้นใน google ดูว่า นักคิด หรือคนรวยที่เชียนหนังสือพวกชี้ช่องรวยต่างๆเนี่ย เขามองว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง … ผมไม่เห็นมีใครเชียนเลยว่า ต้องเป็นคนฉลาด แต่เขียนกับเกือบทุกคนว่า ต้องเป็นคนขยัน และรักในสิ่งที่ตัวเองทำ
    สุดท้าย จะเป็นคนแบบไหน มันเริ่มจากความคิดของคนนั้นๆครับ คุณหนูดี วนิษา เรซ เคยให้ข้อคิดเด็ดๆ ซึ่งผมชอบมากมาประโยคหนึ่งก็คือ สมองไม่สามารถแยกระหว่าง “ความคิด” และ “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” ฉะนั้นถ้าเราคิดว่าเราไม่เก่ง ไม่ขยัน หรือชาตินี้ไม่มีทางรวย เราก็จะเป็นอย่างนั้น ผมว่าจริงนะ
    เพราะฉะนั้น โดยรวมแล้ว จากรูปความแตกต่างระหว่าง คนจน และ คนรวย จะกล่าวโดยสรุปก็คือ “คนรวยคิดบวก คนจนคิดลบ” ลองสำรวจดูนะครับ เวลาเราเจอกับปัญหา หรือว่าดำเนินชีวิตไปตามปกติ เราชอบคิดแบบไหน บวกหรือลบ และถ้าคิดลบเยอะ ก็อย่ามัวตัดพ้อต่อว่าตัวเองอยู่ ไม่อย่างนั้น เราก็จะเป็นแบบที่เราเคยเป็นอย่างนั้นต่อไป มาเปลี่ยนความคิดกัน ณ วันที่เรายังมีลมหายใจกันอยู่นะครับ :)

    วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

    ทำไมต้องลงทุนในตลาด Forex

    ข้อดีของ Forex

    ตลาด Forex นั้นมีข้อดีมากมาย ซึ่งทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะลงทุนในตลาดนี้ เราจะยกตัวอย่างมาบ้างข้อ เช่น
    1.ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
    ไม่มีการหักค่าธรรมเนียมจากบัญชีของเรา ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย หรือค่าธรรมเนียมจากโบรคเกอร์ โบรคเกอร์ต่างๆจะได้ค่าตอบแทนในบริการของพวกเขาจากสิ่งที่เรียกว่า Spread
    2.ไม่พ่อค้าคนกลาง
    ตลาด Forex ไม่มีพ่อค้าคนกลาง คุณสามารถซื้อขายสกุลเงินต่างๆจากตลาดได้โดยตรง ทำให้ราคาที่คุณซื้อขาย คือราคาจริงๆของแต่ละสกุลเงินในตลาด
    3.ไม่มีการกำหนดขนาดการซื้อขาย
    ในตลาดฟิวเจอร์หรือตลาดหุ้นจะมีการกำหนดขนาดการซื้อขายต่อ 1 หน่วยไว้ เช่น Silver futures กำหนดขนาดมาตรฐานไว้ 5,000 ออนซ์ต่อ 1 หน่วย แต่ในตลาด Forex คุณสามารถเลือกขนาดการลงทุนได้ ซึ่งเราเรียกว่า Lot ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นลงทุนในตลาด Forex ด้วยเงินที่น้อยมากได้เช่น 25 ดอลลาร์ (ขึ้นอยู่กับแต่ละโบรคเกอร์จะอนุญาติให้คุณเปิดบัญชีขั้นต่ำเท่าไร)
    4.เป็นตลาดที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมง
    เวลาในประเทศไทย ตลาดจะเปิดตั้งแต่ 5.00 AM ในเช้าวันจันทร์ ถีง 3.00 AM ช่วงเช้าวันเสาร์ โดยจะเปิด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่มีหยุดพัก(รวม 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เป็นข้อดีทำให้คนที่ต้องการลงทุนแบบ part-time สามารถเลือกลงทุนเวลาไหนก็ได้
    5.ไม่มีใครสามารถควบคุมตลาดได้
    เพราะขนาดของตลาดที่ใหญ่มากและมีผู้คนและองค์กรมากมายมาลงทุน ทำให้ไม่มีใครที่สามารถจะควบคุมราคาของสกุลเงินในตลาดได้ (ไม่มีใครสามารถปั่นราคาสกุลเงินในตลาด Forex ได้ แตกต่างจากตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายน้อย ราคาสามารถถูกปั่นจากกลุ่มทุนได้ง่าย)
    6.มี Leverage
    ในการซืื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex คุณสามารถซื้อขายสกุลเงินที่มีมูลค่ามากได้ ถึงแม้คุณจะมีเงินลงทุนไม่มากก็ตาม การมี Leverage จะเปิดโอกาสให้คุณสามารถทำกำไรได้มากและขณะเดียวกันก็เป็นการลดความเสี่ยงของเงินทุนเราด้วย
    ตัวอย่างเช่น โบรคเกอร์ Forex แห่งหนึ่งเสนอให้ Leverage 1:1000 นั่นหมายความว่าถ้าคุณฝากเงินในบัญชีการลงทุน 1000 ดอลลาร์ คุณจะสามารถซื้อขายสกุลเงิน ทีมีมูลค่ารวมกันได้ถึง 1,000,000 ดอลลาร์ แม้ว่าการมี Leverage จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้มากแต่นั่นก็หมายความว่าเขาก็สามารถจะขาดทุนได้มากด้วยเช่นกัน ถ้าไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี
    7.มีสภาพคล่องสูง
    เพราะว่าตลาด Forex มีขนาดที่ใหญ่มากและปริมาณการซื้อขายก็มากด้วย จึงทำให้ทุกครั้งที่คุณต้องการส่งคำสั่งซื้อหรือขายสกุลเงิน คุณจะสามารถซื้อขายได้ทันที เนื่องจากจะมีคนคอยซื้อและขายสกุลเงินนั้นๆอยู่ตลอดเวลา
    8.เริ่มต้นลงทุนง่าย
    เนื่องจากคุณสามารถเปิดบัญชีการลงทุนกับโบรคเกอร์ต่างๆได้ด้วยเงินลงทุนที่ต่ำมากเช่น 5$ หรือ 25$ และทุกคนสามารถเปิดบัญชีและลงทุนได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนต ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาเริ่มลงทุนในตลาด Forex (เราไม่แนะนำให้คุณเปิดบัญชีด้วยเงินที่น้อยเกินไป เนื่องจากจะทำให้มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง)

    นี่คือสาเหตุที่คนทั่วโลกเขาหลงไหลในตลาด Forex 
    ผมจะขอยกตัวอย่าง บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex นะคัฟ

    Rodrigo Villela เทรดเดอร์ค่าเงินชาวเม็กซิโก

    Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน

    Joe Chalhoub Forex trader ผู้ไม่ยอมแพ้


    เห็นแบบนี้แล้วคุณจะปฏิเสธไม่ได้ที่จะสร้างรายได้กับ ตลาด Forex โอกาสมาถึงแล้วคลิ๊กเปิดบัญชีเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่เริ่มตอนนี้แล้วจะเริ่มตอนไหนครับ

    เปิดบัญชีโปรดคลิ๊ก



    วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

    เล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ EXNESS


    วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์EXNESS

    1.ในช่องMarket Watchหุ้นไทยจะลงท้ายด้วยคำว่า SET เช่น #PTT-SET #DTAC-SET #KBANK-SET #KTB-SET #BANPU-SET จากภาพด้านล่าง คลิ๊กขวาเพื่อเรียกดูกราฟ#DTAC-SET




    2.หากในช่องMarket Watchของท่านไม่ปรากฎหุ้นใดๆให้ท่านเลือกคลิ๊กขวาจากนั้นเลือกSymbols



    3.เลือกSET จากนั้นคลิ๊กคำว่า Show



    4.หุ้นไทยจะปรากฎในช่องMarket Watch คลิ๊กขวาบริเวณหุ้นที่ต้องการเทรด เลือกNew Orderเพื่อส่งคำสั่งซื้อหุ้นดังกล่าว



    5.หุ้นไทยที่ท่านสามารถเทรดผ่านโบรกเกอร์EXNESSได้มีดังนี้


    หุ้นไทยสามารถเข้าเทรดได้เฉพาะเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยเปิดทำการเท่านั้น



    ถ้ายังไม่มีบัญชีซื้อ-ขาย โปรดคลิ๊ก เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นไทยผ่านโปรแกรมเทรด MT4 มีเครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่ละเอียด

    วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

    เตือนสำหรับนักเทรด Forex ทั้งมือใหม่และมือเก่า


    เตือนสำหรับนักเทรด Forex ทั้งมือใหม่และมือเก่า


    อันตราย!!

                 การเทรด Forex ก็เหมือนกับการเล่นหุ้นซึ่งจะมีปัจจัยต่างๆเข้ามาทำให้ค่าเงินเกิดการผันผวน ดังนั้นต้องคอยติดตามข่าวเศรษฐกิจของทั่วโลกอย่างใกล้ชิดนะครับ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ท่านทั้งหลายล้างพอร์ตได้ 
                 สำหรับนักเทรดท่านใดที่ใช้อีเอในการช่วยเทรด ของเตือนนิดหนึ่งนะครับว่า อีเอจะทำงานได้ดีในสถานนะการปรกติเท่านั้น เพราะหลักการในการเขียนอีเอมันมาจากสถิติย้อนหลัง การทำสอบกับข้อมูลย้อนหลังโดยเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอนาคตจะเกิดเหตุการณ์ อะไรขึ้น เพราะฉะนั้นต้องคอยติดตามข่าวควบคู่กันไปด้วยจึงจะให้เราสามารถแก้ไข สถานการณ์ได้ทันท่วงที 
                  ผมไม่ได้บอกว่าการเทรดด้วยอีเอไม่ดีนะครับ ผมว่ามันดีมากๆหากอีเอนั้นมาจากเทคนิคของคนที่เทรดเก่ง และจะต้องเขียนด้วยคนที่เขียนโปรแกรมเก่งด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าต้องมีคนอยากได้อีเอแบบนี้แน่ๆ และสุดท้ายคือ ผู้ใช้อีเอต้องรู้จักวิธีใช้ เข้าใจสถานการณ์โลกว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน รับรองอยู่ในวงการนี้ได้อย่างสบาย
           โชคดีกับการเทรดครับ...

    วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

    การทำ Hedging สำหรับผู้เริ่มต้น


    Hedging strategy
    hedging strategy หรือ กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง เป็นกลยุทธ์การเทรดเพื่อป้องกันความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยที่จะเปิดออเดอร์ทั้งสองทาง ( Buy-Sell) ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเทรด EUR/USD คุณเปิดทั้งออเดอร์ Buy และ Sell ไว้อย่างละ 1 ออเดอร์ ออเดอร์ละ 1 lot ดังนั้น ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปในทิศทางใด คุณก็จะไม่มีทางได้หรือเสีย ยอดรวมบัญชีของคุณจะความสมดุล หรืออาจกล่าวได้ว่า ความเสี่ยงในการเทรดของคุณเป็น 0
    แล้วกลยุทธ์แบบนี้มันน่าสนใจตรงไหนล่ะ ?
    ที่น่าสนใจก็ตรงที่ กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง หรือ Hedging นี้ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องผลกำไร และใช้ประโยชน์ได้เมื่อเวลาที่ราคามีการปรับตัว

    การป้องกันเงินทุน  
    ถ้าออเดอร์ที่คุณเปิดมีการป้องกันความเสี่ยง ก็เท่ากับว่าคุณไม่ได้เสี่ยงอะไรเลย แม้ว่าจะมีความผันผวนเกิดขึ้นกับคู่เงินที่คุณเทรด แต่ยอดเงินทุนของคุณก็จะไม่เปลี่ยนไปเลย การป้องกันความเสี่ยงจะถูกนำมาใช้เมื่อมีการเปิดออเดอร์ไปแล้วแล้วเกิดไม่มั่นใจในทิศทางของราคาในอนาคตขึ้นมา ก็จะใช้การ Hedging เพื่อเป็นการป้องกันผลกำไรที่มีอยู่จากออเดอร์ที่เปิดไว้แล้ว

    Hedging

    ตัวอย่างที่ 1  
    คุณเปิดออเดอรN Buy ที่ตำแหน่ง 1.3950 หลังจากนั้นราคาได้ขึ้นไปและปิดที่ 1.4000 แต่คุณไม่แน่ใจว่า ราคาจะผ่านแนวต้านที่ระดับนี้ไปได้หรือไม่ (แนวต้านที่ 1.4000)  ดังนั้นคุณจึงป้องกันความเสี่ยง (Hedge) โดยการ Sell เพื่อให้คุณได้รอดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านนี้โดยที่ออเดอร์ของคุณยังปลอดภัย นอกจากนี้แล้วยังเป็นการป้องกันผลกำไรของคุณที่มีอยู่ก่อนหน้าในตำแหน่ง Buy ด้วย
    สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
    ถ้าราคาวิ่งผ่านแนวต้านที่ 1.4000 ก็เท่ากับว่าได้เสียกำไรที่ควรจะได้จากการเปิดเออเดอร์ Buy ครั้งแรก เพราะตั้งแต่จุดที่ทำการ Hedge ด้วย ออเดอร์ Sell เราจะไม่ได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คุณได้รับข้อมูลเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ ราคาได้ทุผ่าน 1.4000 ขึ้นมาได้แล้ว ทีนี้เราก็สามารถกำหนดวัตถุประสงค์ใหม่ในการเทรดสำหรับออเดอร์แรกที่ Buy ไว้ได้แล้ว ซึ่งคุณอาจจะปิดออเดอร์ที่คุณ Sell ไว้ แล้วปล่อยให้ออเดอร์ Buy ครั้งแรกของคุณทำกำไรต่อไป หรือแม้แต่เลือกที่จะเปิดออเดอร์ Buy เพิ่มนั่นก็แล้วแต่คุณ
    อีกกรณีหนึ่งก็คือ ถ้าราคาไม่ทะลุผ่านแนวต้านที่ 1.4000 ขึ้นไป แต่ราคากลับลงไปที่ 1.3950 แต่คุณยังเชื่อว่าราคาจะต้องกลับชึ้นไปในทิศทางเดิม ก็สามารถที่จะปิดออเดอร์ที่ Short ลงมาจาก 1.4000 แล้วเก็บกำไรตรงส่วนนี้เอาไว้ก่อน และยังเก็บออเดอร์ Buy ของคุณเอาไว้ ผลกำไรที่คุณได้จากตรงนี้ก็เท่ากับว่าเป็นกำไรจากการ Buy ครั้งแรกไปจนถึงตำแหน่ง 1.4000 นั่นเอง เท่ากับว่าคุณได้ปกป้องกำไรในส่วนนั้นไว้ และตอนนี้คุณก็จะต้องเผชิญหน้ากับความผันผวนจากความเสี่ยงในออเดอร์ Buy ของคุณอีกครั้งหนึ่ง

    ตัวอย่างที่ 2
    คุณ Buy EUR/USD ตั้งแต่ 1.3950 และราคาในปัจจุบันคือ 1.4000 แต่กำลังจะมีการประกาศข่าวที่สำคัญของค่าเงิน USD และคุณคาดว่าจะมีความผันผวนที่อาจทำให้ราคาวิ่งไปชนจุด Stop Loss ของคุณได้ คุณจึงจะหาทางที่จะปกป้องผลกำไรของคุณโดยการ Hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงของออเดอร์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเอา Stop Loss ของคุณออกได้ชั่วคราวในช่วงที่มีความเสี่ยงจากภาวะราคาผัวผวนมากๆจากข่าว และที่นี้คุณก็สามารถืออเดอร์รอดูข่าวได้อย่างไม่ต้องมีความเสี่ยงใดๆ ถ้าข่าวที่ออกมาส่งผลดีกับออเดอร์แรกของคุณ (Buy) คุณก็สามารถปิดออเดอร์ Hedge (Sell) ของคุณได้เพื่อให้ ออเดอร์ Buy ของคุณวิ่งทำกำไรต่อไปในแนวโน้มขาขึ้น

    ประโยชน์จากการ Hedge เมื่อราคาปรับตัว
    คุณสามารถใช้ประโยชน์จากการ Hedging ออเดอร์ของคุณ เมื่อราคามีการปรับตัวในราคาวิ่งไปตามแนวโน้ม ซึ่งจะทำให้ผลกำไรของคุณเพิ่มเป็น 2 เท่า คือ คุณจะได้กำไรจากทั้งการ Buy และ Sell และในการใช้กลยุทธ์นี้ในการเทรด คุณควรจะต้องรู้ก่อนว่าจุดกลับตัว หรือจุด Retracement นั้นอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะเข้าออเดอร์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
    ตัวอย่าง
    คุณคาดว่า EUR/USD จะวิ่งในทิศทางขาขึ้น คุณจึงเปิด Buy ที่ 1.3950 และเป้าหมาย Take profit ของคุณอยู่ที่ 1.4100 ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.4000 และคุณคาดว่าราคาจะลงมาพักตัวที่ระดับ 1.3980 ดังนั้นคุณจึง Hedge ด้วยการ Sell ที่ 1.4000 และคุณ และเมื่อราคาลงมาถึงระดับ 1.3980 คุณก็ปิดออเดอร์ Sell ของคุณ คุณก็จะได้กำไรในส่วนนี้ไปก่อน แต่คุณยังเก็บออเดอร์ Buy ในครั้งแรกของคุณไว้และหวังว่าราคาจะวิ่งไปถึงเป้าหมายของคุณ (1.4100) แต่อย่างไรก็ตาม ที่แน่ๆคุณได้กำไรจากการ Hedge ออเดอร์ Sell ของคุณ กว่า 20 จุดไปเรียบร้อยแล้ว
    อันที่จริงในกรณีนี้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดออเดอร์ Hedge แต่ในการเปิดออเดอร์แรกของคุณก็ทำกำไรได้ 30 จุด อยู่แล้ว ( 1.3980-1.3950 = 30 จากการเปิด Buy ในครั้งแรก)
    และเมื่อมีการ Hedge กำไรของคุณจะกลายเป็น 50 จุด (1.3980-1.3950 = 30 จากการเปิด Buy ในครั้งแรก และ 1.4000 -1.3980 = 20 ในการเปิด Sell เพื่อ Hedge)
    สรุปก็คือ ถ้ามีการปรับตัวของราคาเกิดขึ้น คุณก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้เพื่อทำกำไรได้ แต่ถ้าราคาไม่มีการปรับตัว คุณก็อาจจะสูญเสียกำไรส่วนหนึ่งที่คุณควรจะได้รับไป
    ตั้งข้อสังเกตว่า บางโบรคเกอร์ไม่อนุญาตให้คุณให้กลยุทธ์การ Hedging ดังนั้น คุณควรสอบถามกับทาง Broker ก่อนว่าเค้าอนุญาตรึเปล่า

    ก่อนคิดใช้ทุกความรู้ในการเทรด


    Congratulations จบการศีกษา
    ตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะครองโลกฟอร์เร็กซ์แล้ว คุณพร้อมที่จะเกษียณ อีกไม่กี่ปี แล้วไปเที่ยวรอบโลกไปกับเครื่องบินส่วนตัว ใช่ไหม?
    คิดอีกที ไม่ดีกว่า !
    คุณฝันสลาย แต่อย่างน้อยก็ได้ฝัน ใกล้แล้ว เราบอกไว้ตั้งแต่เริ่มแล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเพิ่งเทรดใหม่ คุณอาจจะเทรดได้น่ากลัว

    ไม่มีใครเป็นมืออาชีพตั้งแต่แรก ทุกคนต้องเรียนรู้ และต้องใช้เวลา คุณถึง จะรู้ถึงคุณค่าของมัน การเดินดุ่ม ๆ เข้าไปเทรดด้วยบัญชีจริงเลย เหมือนกับ ลงไปแข่งบาส NBA หลังจากที่ เพิ่งจะอ่านคู่มือ การเล่น บาสเกตบอล "Basketball for Dummies" คุณยังไม่ฉลาด ยังไม่แข็งแรง และยังควบคุม อะไรได้ไม่ดี คุณยังไม่ได้พัฒนาทักษะ หรือ จิตใจ ร่างกาย เพียงพอ ที่จะสู้ กับ มืออาชีพหรอก ? เหมือนกับที่ คุณกำลังเข้ามาในตลาด


    กระโดงฉลาม
    โลกแห่งค่าเงินนั้น ไม่แน่นอนและซับซ้อน มีคนที่สุดโต่ง อยู่ในตลาด เต็มไปหมด บางคนจบด็อคเตอร์ บางคนจบ ปริญญาโท บางคนจบจาก โรงเรียนชั้นนำ ที่มีเงินเยอะ และบางคนมีเครื่องมือเทคโนโลยีชั้นสูง
    เมื่อคุณเข้ามาในโลกของฟอร์เร็กซ์ คุณต้องพร้อมที่จะดำผุดดำว่าย ปล้ำกับฉลามเหล่านี้ และพวกมันชอบกินเหยื่ออย่างเรา ๆ ซะด้วยสิ
    คุณกลัวหรือเปล่า?


    เราอยากให้แน่ใจว่า คุณเข้าใจว่า ถึงแม้ว่าคุณจะสนุกกับฟอร์เร็กซ์ขนาดไหน การเทรดฟอร์เร็กซ์ ก็เป็นเรื่องเครียด เป็นธุรกิจ และคุณต้องใส่ใจกับมันด้วย
    ด้วยเหตุนี้ ทุกคนต้องเอาใจใส่กับ ธุรกิจ เพื่อจะได้มีส่วนในผลประโยชน์เหล่านี้บ้าง
    ใช่ คุณทำได้ แต่ว่า ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดฟอร์เร็กซ์ บทความในเว็บนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้แบ่งปัน ให้คุณเริ่ม ในทางที่ถูกต้อง


    สนใจที่กระบวนการ ไม่ใช่ สนใจแต่กำไร


    สนใจกระบวนการ
    เราได้คัดบทความนี้มาเพื่อให้ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับพื้นฐาน และเครื่องมือที่ใช้ในการเทรด แต่ จำไว้ว่า เครื่องที่ดีนั้นต้องใช้ได้ง่าย สะดวกด้วย
    ภาพวาดนั้น จะไม่สวยเพียงเพราะว่าใช้แค่พู่กัน ต้องอยุ่ที่ทักษะ วิสัยทัศน์ ของนักวาดรูป ที่สร้างงานศิลป์นั้นด้วย
    ฟุตบอลไม่ได้วิ่งไปหาจุด เอ็นโซนได้เอง มันต้องมี ควอเตอร์แบ็ค ที่มีความสามารถในการอ่านเกมส์รับ แล้วส่ง ฟุตบอล ให้ถูกจุด ถูกเวลา

    มันไม่ใช่เพราะว่า เครื่องมือ อินดิเคเตอร์ หรือ ระบบเทรด Cowbaunga หรือซูเปอร์กลยุทธ์ ที่ทำให้เงินคุณขาดทุน ตอนปลายปี แต่เป็นความสามารถในการอ่านตลาด การทำตามกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ถูกสถานการณ์ และการปรับการ จัดการความเสี่ยง อย่างต่อเนื่อง และทำกำไรได้มากกว่าขาดทุน ในระยะยาว

    บอล
    เหมือนกับศิลปะ เหมือนกับกีฬา หรือความพยายาม ความอุตสาหะ การเทรดนั้นต้องใช้ทักษะหลายอย่าง เครื่องมืออย่างเดียว ไม่สามารถให้คุณประสบความสาเร็จได้

    การทุ่มเท ให้กับการอ่าน ศึกษาหาความรู้ ทบทวน และศึกษาบันทึกการเทรดเท่านั้น ถึงจะเป็นหนทางไปสู่ ความสำเร็จ ในช่วงแรก กระบวนการเรียนรู้ควรจะมีความสำคัญมากกว่า การทำกำไร ไม่ใช่มุ่งแต่กำไรอย่างเดียว
    มาดูตัวอย่างการเล่นบาสฯ ถ้าเป้าหมายของคุณคือ การเล่น NBA ให้ได้ คุณจะเล่นบาส อย่างเดียวหรือเปล่า?
    หรือ คุณจะมาพัฒนาด้าน ร่างกาย การฝึกเวท เทรนนิ่ง พัฒนาทักษะการยิง การเลี้ยง จังหวะเท้า และการส่ง เพื่อให้เวลาคุณเล่นคุณจะทำได้ดีหรือเปล่า?
    บางทีคุณต้องทำอย่างที่สอง ใช่ไหม?
    ถ้าคุณมุ่งไปที่ NBA โดยไม่ฝึกอะไรเลย คุณจะทำแต้มเท่านั้น หรือ คุณอยากชนะกันหล่ะ ?

    เรียนรู้ตลาด เรียนรู้เทคนิคการเทรด และการเรียนรู้การใช้ระบบเทรดที่มีความเป็นไปได้ในกำไร เรียนรู้ในการ จัดการความเสี่ยงด้วยการใช้การจัดการออร์เดอร์ หรือ ตั้งจุดหยุดขาดทุน แล้วใช้ทั้งหมด มาฝึกในบัญชีเดโม

    หลังจากนั้น กระบวนการเหล่านี้ จะนำคุณไปสู่ระบบ ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ โดยมีกำไรมากกว่าขาดทุน ในท้ายที่สุด


    วัวศักดิ์สิทธิ์ ไม่มี จอกศักดิ์สิทธิ์ หรอก !

    วัวศักดิ์สิทธิ์
    ลองถาม นักคณิตศาสตร์ แถว วอลสตรีท ว่าทำไม ไม่มีเครื่องมือเทพ อย่างว่า หรือว่า วิธีการเทรด ที่ไม่มีทาง ขาดทุน ร้อยเปอร์เซ็นต์
    พวกเขาจะให้คำตอบ มา 2 อย่างคือ
    1. คุณไม่สามารถบอกอนาคตได้ มีวิธีที่จะรู้ว่า ธนาคารกลางจะประกาศอะไร ? หรือว่า มีวิธีที่นักลงทุน ระดับซุปเปอร์สตาร์ หรือ ผู้จัดการกองทุนพูด หรือ คิด ในช่วงที่สัมภาษณ์ในทีวี ? คุณจะรู้ไหมว่าเมื่อไหร่ ผู้ก่อการร้ายจะก่อการเมื่อไหร่ ? เรื่องภัยธรรมชาติ อย่างเช่น แผ่นดินไหว หรือว่า สึนามิ ?

    เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มันไม่มีทางคาดเดาได้ว่า จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมันจะส่งผลกระทบในตลาดอย่างไร เข้าใจว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งในการเทรด และสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดก็คือ เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมพร้อม เมื่ออะำไรมันจะเกิด

    2. ข้อมูลไม่ได้ทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลง แต่ คนเทรดต่างหาก
    จะมีเวลาที่ข้อมูลกับราคานั้นไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอยู่ ทำไมเป็นอย่างนั้น ? บางทีผลราคา มันอาจจะเคลื่อนไหวไปก่อน ? บางทีเทรดเดอร์ไม่ได้สนใจเรื่องข้อมูลที่ออกมา บางทีสถาบันนั้น ได้เข้าเทรด ในทิศทางที่ผิดก็ได้ ? แล้วนักเทรดทุกคนในตลาด จะตัดสินใจเช่นเดียวกันในตลาดอย่างนั้นหรือ ?

    ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไรก็ตาม การตัดสินใจที่ทำให้ตลาดไม่ได้ออกมาอย่างที่เราคาดคิด ไม่มีเหตุผลมาอธิบายนั้น มีอยู่บ่อย ๆ
    ถ้าคุณคิดเรื่องเทรดเดอร์ เป็นล้าน ๆ คน ที่มีเป้าหมาย และกลยุทธ์การเทรดที่แตกต่างกัน มีขนาดบัญชีที่แตกต่าง กัน และมันจะมาบอกทิศทางตลาดได้นั้นจะยากขนาดไหน
    คุณไม่สามารถคำนวณพฤติกรรมมนุษย์ หรือว่า คำนวณเหตุการณ์ในอนาคต โดยใช้สมการคณิตศาสตร์ เพื่อจะ กำจัดความเสี่ยงนี้ ไปได้หมดหรอก มันมีความไม่แน่นอนเสมอ และก็ต้องมีบ้างที่เราเทรดผิด หรือ ขาดทุน ไม่เป็นไปตามที่ตลาดเคลื่อนไหวบ้าง จริง ๆ แล้ว มีหลายครั้งที่คุณเทรดผิดได้
    ความสมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยง สำหรับใครก็ตามที่คิดว่า ต้องถูกเสมอ เราต้องเตือนคุณไว้ก่อน..


    ไม่มีใครบอกได้ว่า ตลาดมันจะไปทิศทางไหน


    ไม่มี

    แต่ถ้าคุณยังไม่หมดหวัง ก็ให้มุ่งหน้าหาจอกศักสิทธิ์ ต่อไป
    แต่ถ้าคุณสามารถหา ยูนิคอร์นสีชมพู ยืนอยู่ใต้สีรุ้ง คุณก็จะเจอกับ leprechaun เค้าก็จะให้จอกศักสิทธิ์ กับคุณ แล้วก็ iPhone5! โชคดี

    ยูนิคอร์น สีชมพู

    อดทน และ มีวินัย

    อดทน
    มันคือความจริง โดยเฉพาะในการเทรด Arnold H. Glasgow ตลกอเมริกันคนหนึ่ง บอกว่า "กุญแจในการทำทุกอย่างคือ ความอดทน คุณอยากได้ไข่ คุณก็ต้องเลี้ยงไก่ ไม่ใช่ทุบไก่"
    การพัฒนาแผนการเทรดจะต้องใช้เวลา พัฒนาทักษะก็ต้องใช้เวลา การรอเพื่อให้เทรด ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ต้องใช้ความอดทน การเข้าและออก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็ต้องใช้ความอดทน


    วินัย
    วินัย ในการเทรดนั้นก็สำคัญ และหมายความว่าการทำอะไรก็ตาม คุณต้องทำตามขั้นตอน แม้ว่าคุณไม่อยาก จะทำมัน
    หมายความว่า คุณต้องเตรียมตัวทุกวัน ทุกสัปดาห์ ด้วยการศึกษากราฟ และข้อมูล
    ถ้าคุณเป็นเครื่องจักรอัตโนมัติ หรือ คุณเป็นนักเทรดหุ่นยนต์ หมายความว่า คุณต้องทดสอบระบบ และพยายามตั้งค่าต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในสภาวะตลาดที่ต่างกัน
    และแน่นอน อย่าลืม่จดบันทึก ทบทวนทุกวันที่คุณเทรด
    การบันทึกการเทรดเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การเทรด ที่แบ่งแยกเทรดเดอร์มืออาชีพ กับ มือสมัครเล่น แต่แย่หน่อย ที่มือใหม่ไม่ค่อยสนใจมากนัก
    แนวคิดในการเทรด และเทคนิคง่าย และธรรมดาในการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ยาก คือ การเรียนรู้ที่จะอดทน และความมี วินัย อดทนรอถึงเวลาที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ดี จะว่าเป็นเรื่องที่ยากที่จุดที่เราจะต้องเอาใจใส่มันเลยก็ว่าได้
    สำหรับมือใหม่ การนั่งดูอยู่ข้าง ๆ เป็นการเสียโอกาสในการทำกำไร
    การคิดแบบนี้นำไปสู่ความล้มเหลวในการฝึกความอดทน และความมีวินัย และเป็นสาเหตุ ของความผิดพลาด ในการเทรด :
    - แรงเย้ายวนในการเทรด
    - ปล่อยให้ขาดทุนเยอะเกินไป
    - ตัดทำกำไรเร็วเกินไป
    - แก้แค้นในออร์เดอร์ที่ขาดทุน

    ไก่ ไข่
    พฤติกรรมเหล่านี้จะเผาบัญชีคุณ !

    จำไว้ว่า งานของคุณในฐานะมือใหม่ คือเรียนรู้ที่จะตัดสินใจเข้าเทรดให้ดี และอยู่ให้รอด
    สิ่งที่คุณต้องทำให้ได้คือ อดทนและมีวินัย เพื่อที่จะมองไปข้างหน้าในฐานะนักเทรดมาราธอน ไม่ใช่นักเทรดร้อยเมตร
    และนี่ไม่ใช่วิธีที่จะรวยได้ในข้ามคืน
    ต้องใช้ความทุ่มเทในการสร้างทักษะที่จะทำให้คุณได้กำไรในการเทรดในทุกสภาพตลาด ที่มันเข้ามาหาคุณ
    ยิ่งไปกว่านั้น ปลดโซ่ตรวนของตัวเอง สู้ !!
    ถ้าคุณอดทน และรักษาวินัย และทุ่มเทในการปรับปรุงตัวเอง แล้วฐานะของนักเทรดอ่อนหัดที่คุณเป็น อาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ กับสิ่งที่จะเข้ามาในการเทรดของคุณ

    อีกอย่าง..
    จำไว้ว่า โอกาสที่ดีมักจะเกินขึ้นทุกวัน !
    ไม่จำเป็นต้องรีบ ทำให้เสียการ และพวกเขาจะดึงให้คุณไม่ไปถึงเป้าหมาย
    พยายามยึดกับแนวคิดของคุณไว้ และถ้าเกิดว่ามันไม่เป็นอย่างที่คุณคิด ก็ให้รอโอกาสต่อไป
    แม้ว่าโลกจะหยุดเทรดค่าเงิน แต่ก็จะมีโอกาสให้เราอยู่เสมอ
    การจะกลายมาเป็นนักเทรดที่ดี ไม่จำเป็นต้องอัจฉริยะ มีไอคิวสูง เรียนในโรงเรียนชั้นนำ หรือ ไม่ต้องมี 3 มือ 3 ตา
    มันต้องใช้เวลา คุณต้องเก็บชั่วโมงในการศึกษาตลาด ศึกษากราฟ และฝึกเทรดให้ดี ถ้าคุณมีความท้าทายในการเทรด และสนุกกับมัน โอกาสในการอยู่รอดคุณมีสูง

    โอเค เริ่มผจญภัยในโลกของฟอร์เร็กซ์ กับเรา
    ลุยกันเลย
    อย่าหยุดปรับปรุงตัวเองทุก ๆ วัน คุณสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีกว่านี้ได้

    win pip

    ขอให้โชคดีในการเทรด !