exness,forex,เทรด forex,เล่น forex
เปิดบัญชี forex,สมัครเล่นหุ้น
ระบบเทรด,โปรแกรมเทรด,mt4
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลงทุนทองคำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลงทุนทองคำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทดสอบย้อนหลังได้กำไรแล้วควรย้ายไปเทรดเงินจริงดีไหม



บทความนี้เป็นบทความแรกที่อ่าน ๆไปแล้วผมคิดว่าเจ้าของกระทู้เค้ากำลังตอบ 2 คำถามในกระทู้เดียวดังนั้นผมเลยตัดสินใจแบ่งออกเป็น 2 บทความจากกระทู้เดียวเพื่อไม่ให้สับสนต่อการอ่าน ในบทความนี้ จขกท. เข้าจะพูดถึงแนวคิดของเขารวมไปถึงวิธีการเทรดของเขาซึ่งผมจะแยกวิธีการเทรดของเขาออกจากแนวคิดของเขานะครับ ซึ่งในบทความนี่ผมจะพูดถึงเรื่องที่เขาอยากจะเริ่มทดลองระบบของเขาก่อนแล้วกันนะครับ
คุณ aarizahmad เจ้าของกระทู้ถามเล่าว่าเขาพึ่งเริ่มเทรดได้ประมาณ 2 เดือนและได้ทดลองระบบของเขาโดยการเช็คย้อนหลังซึ่งระบบของเขาจะใช้สัญญาณเข้าจากรูปแบบกลืนกิน (Engulfing Bar) ของแท่งเทียนใน Daily Time Frame เป็นสัญญาณเข้า ความเสี่ยงของระบบผมอยู่ที่ 3:1 ซึ่งทดสอบดูแล้ววิธีการเทรดของผมถูก 20 ครั้งผิด 10 ครั้งเมื่อเอาจำนวณครั้งที่ถูกมาคิดเป็นเปอร์เซนต์แล้วพบว่าระบบผมสามารถทำกำไรได้ถึง 60% เลยทีเดียวและเสียเพลง 10% เท่านั้น จากตัวเลขนี้ผมเลยคิดว่าระบบผมเป็นไปได้ที่จะนำมาเทรดจริง ๆ ผมเลยอยากจะถามเพื่อนร่วมบอร์ดว่า
ข้อที่ 1: ผลที่ได้นี้แม่นยำพอที่จะไปเริ่มเทรดเดโม่หรือเงินจริงหรือยังครับ?
ข้อที่ 2: ความเสี่ยงของเขาต่อการเทรด 1 ครั้งควรจะเป็นเท่าไหร่ดี? 2% หรือ 1% ของเงินทุน?
ข้อที่ 3: ถ้าระบบผมสามารถทำกำไรได้ตามที่ผมคิดแบบนี้ความฝันของผมที่จะได้ขับโรสรอยด์จะสามารถเป็นจริงใน 1 ปีไหม?

คุณ claudia1 เข้ามาตอบว่า ถ้าคุณคิดว่าระบบของคุณสามารถเทรดแล้วมีกำไรได้แน่ ๆ ก็เอาเลย ความเสี่ยง 2% เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ถ้าไม่ก็อย่าเสี่ยงดีกว่า
คุณ card เข้ามาตอบว่า ตราบเท่าที่คุณยังมีวิธีการบริหารเงินทุนที่เยี่ยมยอดตราบนั้นคุณก็จะสามารถลดความสูญเสียลงได้ ส่วนตัวแล้วผมว่าการทดสอบย้อนหลังเชื่อถือไม่ค่อยได้ถ้าเป็นผมนะ ผมเทรดเงินจริงอย่างเดียวละ ถึงจะเป็นเงินในจำนวนที่น้อยแต่มันก็เป็นเงินจริงถ้าเจอระบบใหม่ผมก็จะเอาเงินจริงในจำนวนน้อย ๆ ไปลงระบบนั้นและทดสอบดู คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเทพอะไรมากตราบเท่าที่คุณมีกลยุทธ์ที่ดี มีระบบการจัดการความเสี่ยงที่ดีก็ไม่มีทางที่ตลาดจะเอาเงินจากคุณไปได้ ดังนั้นผมจึงอยากจะแนะนำว่าให้คุณเริ่มทดลองระบบของคุณด้วยเงินจริงที่ความเสี่ยง 1% ก่อนเมื่อคุณมีความมั่นใจมากขึ้นค่อยอัพขึ้นไปเป็น 1.5% หรือ 2% ก็ว่ากันไป เงินทุนที่ผมแนะนำคือ 1000$ ขึ้นไปเพื่อพิสูจน์ว่าระบบของคุณสามารถทำกำไรได้และเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณเองอีกด้วย หากคุณบอกว่ามีเงินไม่มากถึง 1000$ หรอกก็ลองไปหางานอื่นทำก่อนแล้วเก็บตังค์ให้ถึง 1000$ และที่สำคัญอย่าลืมว่าตลาดแห่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อย่าโลภ อย่าเหลิง อย่าเทรดตามอารมณ์เด็ดขาด ถ้าคุณทำได้รถโรสรอยด์ของคุณก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

คุณ ghous เข้ามาตอบว่า ส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อผลของการทดสอบ backtest เพราะการทดลอง backtest มันจะทำให้เราคิดขเข้างตัวเองและไม่ได้ผลที่เป็นความจริง ตอนที่เทรดจริง ๆ ผมแนะนำว่าต่อจากนี้คุณควรจะลองเทรดเงินจริงและทดสอบระบบคุณแบบจริง ๆ ดีกว่านะ
“รับทราบครับ ผมว่ากำลังจะเริ่มทดสอบระบบวันพรุ่งนี้แล้ว ความจริงแล้วตอนที่ผมทำ backtest ผมใช้วิธีค่อย ๆ กด page up ไปเรื่อย ๆ นะครับและก็กด F12 ค่อย ๆ เลื่อนกราฟด้วย” คุณเจ้าของกระทู้ตอบและตอบต่ออีกว่า ซึ่งการทำอย่างนี้มันทำให้ผมไม่สามารถเห็นกราฟล่วงหน้าก่อนและผมก็จดบันทึกการเทรดของผมลงใน notepad จากนั้นนำผลที่ได้มาตำนวณมาคำนวณเปอร์เซนต์ชนะในแต่ละครั้งและผมก็ซื่อสัตย์กับตัวเองด้วยนะครับ ถึงแม้จะต้องจดหลายคู่เงินหน่อยแต่ผมว่ามันก็คุ้ม

คุณ M.A.C. Doug เข้ามาตอบในทำนองเดียวกันว่า การทดสอบย้อนหลังเดโม่ไม่สามารถวัดอะไรในการเทรดจริง ๆ ได้ ความจริงระบบคุณแนวคิดคุณก็เป็นวิธีที่ดีนะ ผมหวังว่าคุณจะทำมันได้ดีในการเทรดจริง ๆ ส่วนความฝันของคุณนะ ผมว่าคุณหวังสูงไปหน่อยรึเปล่า ผลจาก backtest มันไม่ได้การันตีความสำเร็จสูงขนาดนั้นหรอกนะครับ เดี๋ยวพอคุณเทรดเงินจริงคุณก็จะเข้าใจเอง
การทำ Backtest ความจริงก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเพื่อแต่มันเป็นเหมือนกับการสร้างสมมุติฐานขึ้นมาก่อน เหมือนเราหาข้อมูลเบื้องต้นมาก่อนแล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องลงมือหาข้อมูลจริง ๆ มายืนยันสมมุติฐานของเรา การเทรดก็ไม่ต่างอะไรกับงานวิจัยเลยที่ผลที่ออกมาอาจจะไม่เป็นไปตามสมมุติฐานก็ได้ ดังนั้นผู้เทรดไม่ควรไปคาดหวังอะไรกับสมมุติฐานมากนัก ไม่ใช่ว่าทำ Backtest แล้วขายทุกอย่างเพื่อเทรดเลยก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะผมเคยหลงอยู่ในวังเวียนแห่ง Backtest มานานถึง 2 ปี เสียเวลาไปตั้ง 2 ปีเพื่อให้ได้รู้ว่ามันไม่ใช่ทุกอย่างในการเทรด สิ่งที่ผู้เทรดควรทำคือเมื่อหาสไตล์การเทรดที่ตัวเองชอบได้แล้ว ก็ลองต่อยอดพัฒนามันไปเรื่อย ๆ พัฒนามันให้ไปจนถึงที่สุดให้ได้ นั่นละครับถึงจะเรียกว่าเป็นการสร้างระบบหรือกลยุทธ์ที่มีไว้เพื่อคุณคนเดียวขึ้นมาอย่างแท้จริง





Credit: http://www.thaiforexschool.com

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทำไงดีขายหมูอยู่บ่อย ๆ?



เรื่องมีอยู่ว่าคุณ Emporia เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขอความเชื่อเหลือว่า ตัวเค้ามีปัญหาที่ทำให้ตัวเองเซงจิตอยู่บ่อย ๆ คือเค้าชอบ
ขายหมู อย่างรอบล่าสุดเนี่ยเค้าควรจะได้กำไรอย่างน้อย 1500 ยูโรแต่ก็ขายหมูไปก่อนซะงั้น เค้าต้องการหาวิธีรับมือกับปัญหานี้
อย่างจริงจัง ไม่ทราบว่าจะมีใครแนะนำเขาบ้างได้หรือไม่
คุณ iamcereal เข้ามาตอบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนะมันเกิดมาจากสมองของคุณสั่งให้คุณพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ไม่น่า
ไว้ใจ เมื่อคุณเห็นสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจปุ๊ป ถึงแม้ความคิดคุณจะอยากถือต่อแต่คุณเลือกที่จะอยู่ในที่ปลอดภัยด้วยการออ
กออเดอร์นั้นเพราะมันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณปลอดภัย มันจะทำให้รู้สึกดีหากว่าคุณออกแล้วราคากลับตัวจริง ๆ แต่หากว่าราคายังไป
ต่อจนส่งผลให้คุณขายหมูในอนาคตมันจะส่งผลร้ายกับนิสัยการเทรดของคุณ ส่วนตัวแล้วผมแนะนำวิธีแก้ให้คุณ 3 วิธี
  1. ไปอ่านหนังสือที่ชื่อ Trading In The Zone ของ Mark Douglas ซะ
  2. พยายามหาวิธีลดความเสี่ยงของออเดอร์ที่คุณเข้าให้น้อยที่สุด อย่างของผมเนี่ย ผมเลื่อน Stop Loss แบบแท่งต่อแท่งเลย
  3. ตั้ง TP ให้ชัดเจนแล้วไม่ต้องไปยุ่งกับมัน
สิ่งสำคัญมากอีกสิ่งสำหรับฉันก็คือฉันจะบันทึกผลการเทรดของตัวเองทุกครั้งและมาวิเคราะห์มันอย่างจริงจังทุกครั้ง มันจะทำให้
คุณมีความมั่นใจมากขึ้นและส่งผลให้คุณกล้าที่จะปล่อยออเดอร์ของคุณให้วิ่งนานขึ้นเพราะคุณจะรู้สึกมั่นใจว่าวิธีการเทรดของคุณ
สามารถทำได้
คุณ Gumrai เข้ามาเสริมว่า คุณ iamcereal พูดได้ถูกต้องแล้วแต่เค้าอยากจะเสริมเรื่องการบันทึกการเทรดสักหน่อย คุณ
จะต้องบันทึกด้วยว่า ตอนที่คุณเข้าออเดอร์แล้วปล่อยมันลาก คุณกำไรเท่าไหร่ แล้วถ้าคุณคัททิ้งก่อนคุณกำไรเท่าไหร่แล้วนำมา
เปรียบเทียบกัน จงซื่อสัตย์กับตัวเองด้วยเวลาบันทึก! ไม่งั้นการบันทึกจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกวิธีที่ผมจะแนะนำคือถ้า
คุณกลัวก็ให้คุณปิดออเดอร์ไปก่อนครึ่งหนึ่งแล้วปล่อยให้อีกครึ่งหนึ่งวิ่งไป มันจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นละกล้ามากขึ้น คุณ
Gumrai ยังเสริมอีกว่า โรคนี้ความจริงแล้วเทรดเดอร์ทบทุกคนมักจะเป็นกันมาก่อน สาเหตุของโรคนี้มันเกิดจากการที่คุณกลัวว่า
เมื่อทำกำไรได้แล้วคุณกลัวว่าตลาดจะเอากำไรของคุณคืน คุณจะคิดว่า เอาวะ ปิดไปก่อน เอากำไรไว้ก่อนแต่ในทางกลับกันหาก
คุณติดลบ คุณจะไม่กล้าคัทิ้งเพราะคุณกลัวว่าราคาอาจจะกลับมาให้คุณได้ปิดจึงเป็นเหตุให้ล้างพอร์ตกันในที่สุด
คุณ Superbushero บอกว่า อย่างของเขาเนี่ย เขาจะปล่อยให้มันวิ่งไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะเห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนจริง ๆ
ถึงจะยอมออก

คุณ soultrader บอกว่านี่เป็น 1 ในคำถามยอดฮิตตลอดกาลอีกคำถามหนึ่งเลย ในความเห็นของผมเวลาที่ผมขายหมูผมมักจะ
ถามตัวเองว่า ถามจริงเหอะ ถ้าแกออกแล้วแกกล้าเข้าอีกฝั่งทันทีเลยปะ” ถ้าคำตอบมันตอบว่า ไม่ ก็ปล่อยให้ออเดอร์มันวิ่ง
ต่อไปเถอะครับ

คุณ DitterPD เข้ามาตอบว่า งั้นลองวิธีนี้ เมื่อเข้าออเดอร์ไปแล้วก็ดูกราฟเป็นพัก ๆ เอาอาจจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นได้ ไม่งั้นก็
ตั้ง Trailing Stop ไปเลยครับ

เรื่องของการขายหมูนี่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือจะเป็นเซียนก็สามารถขายหมูได้ไม่ผิดนะครับ วิธีแก้โรคนี้แบบตายตัวต้องขอบอก
ก่อนเลยว่า ไม่มีวิธีแก้ไขที่แน่นอนเพราะความรุนแรงของอาการขายหมูแปรผันไปตามอุปนิสัยความกลัวของแต่ละคน วิธีเบื้องต้น
ที่นิยมใช้กันก็คือการตั้ง Trailing Stop หรือไม่ก็เลื่อน Stop Loss ตามสวิงหรือตามแท่งเทียนมาเลยก็ได้ครับหรือไม่งั้นก็ตั้ง
Taking Profit (TP) ไว้ที่ 161.8 ของฟิโบไปเลยก็ได้ ส่วนตัวแล้วผมใช้วิธีดูลักษณะแท่งเทียนเอาครับ ถ้าเห็นมีแท่งเทียน
กลับตัวแท่งแรกผมจะยังไม่ออกออเดอร์จนกว่าจะแห่งแงเทียนกลับตัวอีกแท่งหนึ่งก่อนค่อยตัดสินใจออกออเดอร์นั้นซะ หรือ
บางทีก็รอดูลักษณะของแรงที่เป็นฝั่งตรงกันข้ามกับออเดอร์ของเราว่าดีดกลับมาแรงไหม แล้วค่อยหาจังหวะออกตอนที่มันกำลัง
ย่อกลับไปทิศทางเดิมของเรา ถ้าดูแล้วไปต่อไม่ได้แน่ก็ออกเลย แต่บางทีก็ยังขายหมูอยู่ดี ฮ่า ๆ เคยมีคนพูดกับผมในเรื่องของ
การขายหมูไว้ เค้าบอกผมว่า การปิดบวกต่อให้เป็นการบวกแค่จุดเดียว ก็ถือว่าปิดบวก อย่าได้หมิ่นเงินน้อยว่า แอ๊ วันนี้
ได้นิดเดียวเอง ยังมีเทรดเดอร์อีกหลายคนที่กำลังนั่งทุกข์อยู่หน้าคอมเพราะกำลังลบอยู่ วันนี้คุณปิดบวกได้ก็ถือว่าคุณ
โชคดีเท่าไหร่แล้ว” บางครั้งใจเราลึก ๆ มักจะรู้สึกคิดว่าการขายหมูมันคือการเสียกำไรที่ได้ไป ทั้ง ๆ ที่เราลืมไปว่าการขายหมู
บางทีก็เป็นการช่วยรักษาพอร์ตของเราให้มีชีวิตรอดเพื่อการเทรดในวันพรุ่งนี้ ระหว่างทุกข์ใจเพราะขายหมู กับ ทุกข์ใจเพราะออเด
อร์ติดลบ คุณคิดว่าอันไหนน่าจะดีกว่ากัน ที่สำคัญคือคุณต้องเปลี่ยนความคิดจากการหมิ่นเงินน้อยเปลี่ยนความคิดแง่ลบอันนี้ให้
เป็นคำว่า โชคดีละวันนี้ที่ปิดบวกได้ คิดบวกแบบนี้แล้วชีวิตการเทรดของคุณจะมีความสุขขึ้นครับ



Credit http://www.thaiforexschool.com

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อัตราดอกเบี้ยสหราชอาณาจักร - ข้อมูลปัจจุบันและประวัติย้อนหลัง

ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษมีแนวโน้มที่จะปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยมาตรฐานและขนาดของโปรแกรม QE ของการเปลี่ยนแปลงในที่ประชุมกรกฎาคมของตนในวันพฤหัสบดีที่ แม้จะมีอัตราเงินเฟ้อ CPI กลับมาโคจรขึ้นในเดือนพฤษภาคมและมองไปข้างหน้าตัวชี้วัดโดยทั่วไปดีขึ้นนักวิเคราะห์คาดธนาคารกลางที่จะผลักดันสำหรับการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจพื้นฐาน ผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่มาร์คมวลจะต้องประทับตราอำนาจของเขาในธนาคารผ่านยกเครื่องรุนแรงของโครงสร้างที่มีอยู่และอาจนำคำแนะนำไปข้างหน้าในอัตรา แต่ตัดสินใจใด ๆ ดังกล่าวมีลักษณะที่ไม่น่าจะก่อนที่จะประชุมเดือนสิงหาคมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน

ภาพรวมประวัติศาสตร์ของอัตราดอกเบี้ยในสหราชอาณาจักร:
สหราชอาณาจักร--อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ย BOE ผลกระทบต่อตลาดการตัดสินใจ 
อัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อตลาดสหราชอาณาจักร

วิธีการที่จะส่งผลกระทบต่อ ปอนด์:
ถ้าธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเป็นสงครามเกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศและเพิ่มอัตราดอกเบี้ยก็ถือว่าโดยทั่วไปจะเป็นบวกหรือบวก GBP เพราะระยะสั้นอัตราดอกเบี้ยปัจจัยหลักในการประเมินค่าสกุลเงิน ตรงกันข้ามถ้าธนาคารกลางมีมุมมอง dovish เศรษฐกิจและตัดสินใจที่จะตัดอัตราดอกเบี้ยหรือเก็บมันไว้ไม่เปลี่ยนแปลงจะเห็นเป็นเชิงลบหรือหยาบคายสำหรับสกุลเงิน เมื่อ BoE ตัดสินใจที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยก็จะเริ่มขายหลักทรัพย์รัฐบาลสถาบันการเงินขนาดใหญ่ สถาบันการเงินเหล่านี้ใช้ GBP จ่ายสำหรับหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการและมูลค่าของสกุลเงิน ตรงกันข้าม BOE ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาลจากองค์กรการเงินเมื่อมันตัดสินใจที่จะลดอัตราดอกเบี้ย นี้นำไปสู่​​การเพิ่มขึ้นของอุปทานของ GBP ทำให้ค่าของสเตอร์ลิงอ่อนค่าลง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย:
ธนาคารของคณะกรรมการนโยบายการเงินของอังกฤษตรงกับเดือนละครั้งเป็นเวลาสองวันในความพยายามที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ระดับร้อยละ 2 โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยฐาน คณะกรรมการนโยบายการเงินถูกสร้างขึ้นจากสมาชิกต่อไปนี้:
  • ผู้ว่าราชการจังหวัด (ปัจจุบันทำสัญลักษณ์ว่ามวล)
  • รองผู้ว่าราชการ
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร
  • กรรมการบริหารของตลาด
  • 4 คนภายนอกได้รับการแต่งตั้งโดยสหราชอาณาจักรเสนาบดีกระทรวงการคลัง
คณะกรรมการนโยบายการเงินลงคะแนนเสียงในการที่จะกำหนดอัตราการกู้ยืมข้ามคืนและคะแนนโหวตของแต่ละบุคคลมีการเผยแพร่สองสัปดาห์ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินนาที แถลงนโยบายอย่างเป็นทางการทางการเงินจะถูกปล่อยออกถ้าอัตราดอกเบี้ยหรือการสั่งซื้อสินทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยก็มักจะคาดว่าจะดีผู้ค้าอย่างใกล้ชิดตามคำชี้แจงให้คณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งแสดงแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Joe Chalhoub Forex trader ผู้ไม่ยอมแพ้

Chalhoub เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ในบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนจะหันมาเป็น Forextrader เขาเริ่มเทรดค่าเงินเมื่อหลายปีก่อน โดยในช่วงสามเดือนแรก การเทรดของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เขาเล่าให้ฟังว่า “ผมยังจำได้ตอนที่ผมเสียเงินทั้งหมดของผมไป ตอนนั้นผมคิดว่าผมอยากจะเลิกเทรด แต่ว่าผมก็เลิกไม่ได้ ผมรู้สึกว่า ถ้าผมเลิกตอนนั้น มันอาจจะหมายถึงผมได้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไปก็ได้ ตอนนั้นผมเลยเพียงแค่หยุดเทรดชั่วคราวไปก่อน…


หลังจากนั้นเขาได้เริ่มที่จะสังเกต ศึกษาวิเคราะห์ และฝึกฝนอย่างหนัก  ”ผมเริ่มที่จะสังเกตุเฝ้าดูตลาดว่าอะไรทำให้มันเคลื่อนไหวบ้าง”  เขาเริ่มศึกษาการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคว่าแต่ละตัวมันสามารถทำนายตลาดได้อย่างไร และเขาจะใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อย่างไร เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆ รวมถึงเทคนิคที่นักเทรดที่มีประสบความสำเร็จใช้กันเป็นอย่างไรอย่างหนัก…..
“ผมเปิดบัญชีเดโมขึ้นมาและเทรดค่าเงินจำลองในเทคนิคต่างๆ โดยติดตามดูผลงานของมันอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ศึกษามา 1 ปี หลังจากลองผิดลองถูกอยู่นานนับปี กับความล้มเหลวในการเทรดที่นับครั้งไม่ถ้วน ผมก็ได้เข้าใจถึงวิถีแห่งกลยุทธ์ของผมเองและเริ่มที่จะทำกำไรได้ในแต่ละเดือน”
คำแนะนำสำหรับมือใหม่จาก Joe Chalhoub 
ในการเทรดฟอร์เร็กซ์ มีเทรดเดอร์เพียงแค่ 5% เท่านั้นที่ประสบความสาเร็จ แล้วสิ่่งที่แตกต่างของกลุ่มคน 5% นี้คืออะไร???  สิ่งสาคัญอย่างหนึ่งก็คือ พวกเขาทุ่มเทอย่างหนัก!!! การเทรดฟอร์เร็กซ์ไม่ได้เป็นงานง่าย และ ใครก็ตามที่บอกคุณว่าสามารถทำให้คุณรวยได้ภายในคืนเดียว อย่าเชื่อเขาเด็ดขาด!!!!
นอกจากนี้คุณต้องจำไว้ว่า “อย่ารีบเทรด” ตลาดฟอร์เร็กซ์ไม่ได้หนีไปไหน มันจะอยู่ตลอดไป และอย่างน้อยคุณควรให้เวลาตัวเองศึกษา 6 – 12 เดือนในการวิเคราะห์ อ่าน ฝึกฝน และสร้างกลยุทธ์การเทรดของคุณเองก่อนที่จะเริ่มเทรดเงินจริงๆ มันจะต้องใช้การอุทิศเวลาอย่างมหาศาล แต่ว่าในท้ายที่สุดมันจะทาให้คุณไปถึงเป้าหมาย สำหรับเรื่องกลยุทธ์และวิธีการเทรดผมจะไม่เปิดเผยกลยุทธ์ของผมทั้งหมด แต่ผมจะแนะนำอะไรบางอย่างให้คุณ ซึ่งผมเชื่อว่ามันน่าจะช่วยให้การเทรดของคุณดีขึ้น
1 วินัย : คุณต้องมีกฏในการเทรด และต้องเทรดเมื่อมันตรงตามเงื่อนไขของคุ และถ้ามันไม่เข้าเงื่อนไข ก็อย่าเทรด ผมว่ามันเป็นเรื่องยากในการที่จะห้ามใจ เพราะหลายคนที่ก้าวเข้าตรงนี้ มักจะเสพติดมัน แต่เชื่อเหอะมันจำเป็นถ้าคุณอยากจะอยู่ในตลาดนี้ให้ได้
2 การบริหารกำไรและขาดทุนในแต่ละการเทรด : คุณต้องมี stop loss และจำไว้ว่าเมื่อได้กำไรแล้วอย่ากลับมาขาดทุน 
มันเป็นหัวใจหลักของการเทรดที่ดี ผมจะปิดทุกออร์เดอร์ ถ้าวันนั้นผมติดลบ 60 จุด หรืออีกแง่หนึ่ง ผมจะ ตั้ง trailing stop สำหรับออร์เดอร์ที่มีกำไรแล้ว 25 PIP ซึ่งหมายความว่ากำไรของผมจะไม่ต่ำกว่า 25 จุด และผมสามารถไปทำอะไรที่ไหนก็ได้ ผมว่ามันบ้าสิ้นดี ถ้าผมได้กำไรแล้ว ผมกลับคืนเงินให้กับตลาดไปตอนสิ้นวัน มันเหมือนคุณทำงานประจำได้เงินวันละ 1000 บาท พอเลิกงานคุณเดินเอาเงิน 1000 ไปคืนให้เจ้านาย คุณว่ามันบ้าไหมล่ะ ….
3 อย่าพึ่งเทรดตอนนี้ : สิ่งสาคัญที่สุดในการเทรด บางครั้งคือการไม่เทรด
ผมจะตัดสินใจอย่างนี้นะครับ ถ้าผมดูกราฟแล้วไม่เห็นว่ามีการเคลื่อนไหว หรือว่าไม่มีข่าวออกในวันนี้เลย ในกรณีนี้มันจะดีกว่ามาก ถ้าเราจะรอให้ตลาดมันมีความผันผวน ผมอยากจะแนะนานักเทรดทั้งหลายว่า ไม่ควรจะเทรดในช่วงวันแรกของเดือน ผมจะเริ่มเทรดตอนวันศุกร์แรกของเดือนเมื่อข่าว “NonFarm payroll” ออกมาแล้วเท่านั้น
4 การวิเคราะห์: ผมใช้ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรด 
พื้นฐานจะบอกเทรนหรือแนวโน้มของตลาด และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้หลังจากที่เราสามารถระบุเทรนได้แล้ว การวิเคราะห์พื้นฐาน
และการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นต้องใช้ด้วยกัน และ ถ้าใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วมันอาจจะนำไปสู่ความเสียหายได้
5 เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค 
ในตลาดฟอร์เร็กซ์มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคมากมาย ซึ่งหลาย ๆคนใช้ ส่วนตัวผมใช้ ADX และ Bollinger Bands ในการวิเคราะห์เทรนและการแกว่งตัว และก็ใช้ RSI ในการวิเคราะห์จุด over bought หรือ oversold ใช้เส้น Moving Average ในการบอกสัญญาณ และ สำคัญที่สุดคือ FIBONACCI  ผมแนะนำให้เทรดเดอร์ประยุกต์ใช้เทคนิคเหล่านี้ในการยืนยันสัญญาณการเทรด โดยเทรดไปในทางเดียวกับพื้นฐานที่เราวิเคราะห์ไว้
สุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ การเทรดฟอร์เร็กซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆครั้งที่เราเสียเงิน เราจะรู้สึกว่าเราโดนโกง หรือมีใครบางคนกาลังหลอกลวงเพื่อเอาเงินจากกระเป๋าเราอยู่ แต่ความจริงแล้วที่เราเสียเงินนั้นมันเป็นเพราะตัวเราเอง จำไว้ว่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ คนไม่ได้ฉลาดกว่าเรา พวกเขาไม่ใช่อัจฉริยะมาจากนอกโลก แต่ความจริง ก็คือ ยิ่งคุณทุ่มเทมากเท่าไหร่ คุณยิ่งเข้าใกล้การเป็นเทรดเดอร์ที่ดีมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่ารีบ เพราะว่างานนี้ ต้องการการอุทิศตนและ
การทุ่มเทอย่างหนัก

แม่บ้านญี่ปุ่นกับการเป็นเทรดเดอร์ค่าเงิน

ท่ามกลางโลกทุนนิยมที่เติบโตขึ้น ตลาดการเงินก็เติบโตขึ้นอย่างกว้างขวางไม่แพ้กัน มีคนจำนวนมากทั่วโลกหันมาสนใจอาชีพเทรดเดอร์อิสระกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อพูดถึงเทรดเดอร์คนจะมักนึกถึงเทรดเดอร์ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพราะด้วยลักษณะนิสัยที่กล้าได้กล้าเสีย และยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า ทำให้เทรดเดอร์ที่เราเห็นส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชายมากกว่าร้อยละ 70 แต่จากสถิติในปัจจุบัน กลับพบว่าประชากรเทรดเดอร์เพศหญิงได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นเพราะจำนวนผู้หญิงที่มีมากกว่าผู้ชาย หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่ ก็ต้องยอมรับว่าผู้หญิงได้เปิดใจยอมรับอาชีพที่หลายๆคนมองว่ายืนอยู่บนเสี่ยงมากขึ้นแล้วในปัจจุบัน

โดยจากการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า ในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่ยังคงมีค่านิยมเกี่ยวกับการที่ผู้หญิงยังจะต้องอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูกและทำงานบ้าน โดยให้ผู้ชายเป็นฝ่ายออกไปทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวเพียงฝ่ายเดียวนั้น ปัจจุบัน กลุ่มแม่บ้านเหล่านี้ ได้พยายามหาทางให้พวกเธอสามารถทำงานหาเงินได้เช่นเดียวกับสามี โดยยังคงทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างไม่ตกบกพร่อง  และหนึ่งในงานที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก คือ การเป็นเทรดเดอร์ค่าเงินอิสระที่เทรดอยู่กับบ้าน หรือที่เรียกว่า Home trader

โดยจากการตรวจสอบพบว่าในญี่ปุ่น มีแม่บ้านที่มาเป็น Day Trader ในตลาด forex นั้นมีมากกว่า 100,000 คน ส่วนใหญ่เน้นการลงทุนเก็งกำไรระยะสั้นในจำนวนเงินที่ไม่มากนัก โดยใช้ข้อดีในเรื่องความสามารถในการ leverage ของตลาด forex และสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เธอเหล่านี้สามาารถแบ่งเวลาจากการที่ต้องดูแลจัดการงานในบ้านมาใช้ในการเทรดได้ พวกเธอได้สร้างสังคมของเธอในโลกออนไลน์มากมายเพื่อแชร์ประสบการณ์ เผยแพร่โอกาสให้กับแม่บ้านคนอื่นๆ และเพื่อเป็นการแสดงให้สังคมเห็นถึงคุณค่าของผู้หญิงว่าพวกเธอก็สามารถทำงานหาเงินได้ดีไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน และจากการที่เริ่มมีเทรดเดอร์ในกลุ่มพวกเธอประสบความสำเร็จมากขึ้นทำให้ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพใหม่ในสังคมญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตและเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น
Etsuko Someya เป็นตัวอย่างของแม่บ้านเต็มเวลาชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวเองมาเป็น forex trader 
เธอคนนี้เป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ธรรมดา เธอโด่งดังและมีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ในวงการ Home trader รู้จักเธอดีในฉายา Mrs. Watanabe โดยเธอแต่งงานมาแล้ว 8 ปี และเธอต้องเลี้ยงลูกวัย 4 ขวบของเธอที่บ้าน ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาว่างจากช่วงที่เสร็จจากงานบ้านและดูแลลูก เทรด USD/JPY  โดยเธอมีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ $12,000 ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวได้มาก แม้เธอจะเป็นแม่บ้านที่ต้องวุ่นกับการดูแลลูก แต่เธอก็เป็นแม่บ้านที่ขยัน อ่าน ขยันหาความรู้ในการเก็งกำไร ศึกษาเทคนิคการเทรด โดยเธอจริงจังกับการเทรดค่าเงินเป็นอย่างมาก เพราะเธอรู้สึกว่ามันเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เธอสามารถสร้างรายได้ ในเวลาว่างที่แสนจะจำกัดของเธอได้
“ฉันจะเทรดใน Time frame สั้นๆเท่านั้น เพราะฉันจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดการงานบ้านและต้องเล่นกับลูกเป็นส่วนใหญ่”
ส่วนเทรดเดอร์อีกคนคือ Yukiko Ikebe เธอเป็นคุณแม่ลูกสาม ในวัยเกือบ 60 เธอเป็นเทรดเดอร์เงินล้านที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเธอเล่าให้ฟังว่า เธอเคยทำกำไรจากการเทรด AUD/JPY ถึง 500,000 เยนในเวลาเพียง 2 วัน 
เธอมีเทคนิคการเก็งกำไรที่เน้นในด้านปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็ไม่ละเลยด้านเทคนิค เธอมีแนวคิดในการเก็งกำไรที่เป็นระบบ เธอมองภาพรวมของเศรษฐกิจของค่าเงินที่เธอสนใจ โดยบางครั้งเธอจะเดินทางไปยังประเทศของเจ้าของค่าเงินที่เธอเฝ้าติดตามเพื่อจะได้เห็นภาพที่แท้จริงและเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว แม้ปัจจุบันเธอจะมีอายุค่อนข้างมาก แต่เธอไม่เคยมองว่ามันเป็นอุปสรรคในการเก็งกำไรของเธอเลย เธอกลับมองว่า การที่เธอมีประสบการณ์มามาก กลับทำให้เธอสามารถมองอะไรๆได้ชัดเจนกว่า
อย่างไรก็ดี แม้เธอจะมีชื่อเสียงในสังคมเทรดเดอร์แม่บ้านในฉายา Kimono trader แต่เธอไม่ก็ยังไม่ต้องการเปิดเผยหน้าตาต่อสาธารณชนมากเกินไปเพราะเธอกลัวจะกระทบต่อวิถีชีวิตของเธอ
จากเรื่องราวข้างต้นจะเห็นว่า ขอแค่เรามีความตั้งใจ ไม่ว่าชีวิตจะมีข้อจำกัดแบบไหน เราก็สามารถเรียนรู้ในการเป็นเทรดเดอร์อิสระได้ ขอแค่หัวใจของเราหัดที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่าใช้ข้อจำกัดใดๆ มาเป็นข้อแก้ตัวว่าเราทำไม่ได้ เพราะมันไม่เคยมีอยู่จริง

Nial Fuller เทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ Price action

Nial Fuller คือเทรดเดอร์อิสระที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ price action ที่พยายามเผยแพร่แนวคิดและวิธีการในการทำกำไรของเขาผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว ด้วยแนวคิดที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน บวกกับความสามารถในการถ่ายทอดที่ทำให้มือใหม่ทั้งหลายสามารถเรียนรู้ได้ ทำให้เขาเป็นอาจารย์สอนเทรดค่าเงินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนนึง ในแต่ละปีจะมีผู้ติดตามอ่าน website ของเขามากกว่า 500,000 คน 
เทคนิคการเทรดค่าเงินของ Nial นั้นจะใช้สไตล์ price action เท่านั้น เขาจะไม่สนใจอินดิเคเตอร์ โดยหลักการของเขาคือเขาจะพิจารณาว่าราคาได้ “กระทำต่อ” แนวรับแนวต้านอย่างไร รวมถึงการดูรูปแบบการฟอร์มตัวของแท่งเทียน เพื่อหาจังหวะเข้า order เขาอธิบายว่า กราฟที่ดูสับสนวุ่นวายด้วย indy เต็มหน้าจอ นอกจากจะทำให้คุณเครียดเพราะเข้าใจมันยากแล้ว คุณยังต้องปวดหัวกับการตีความมันด้วย สุดท้ายคุณคงต้องสับสนในตัวเองแน่ๆ เขาบอกว่าทำไมคุณไม่ทำให้มันง่ายกว่านั้นล่ะ ในเมื่อกราฟเปล่าๆ ก็สามารถช่วยให้คุณหาแนวโน้มและทิศทาง รวมถึงหาจังหวะเข้าเทรดได้เหมือนกัน
Messy Chart
Clean Chart
สำหรับวิธีการเทรดโดยใช้ price action นั้น Nail เผยว่าเขาใช้หลักการฟอร์มตัวของแท่งเทียนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการกลับตัวแบบ Pin bar ,การฟอร์มตัวของ inside bar และ fakey ในการพิจารณาแนวโน้มของราคารวมถึงการหาจังหวะเขาเทรด
คุณต้องทำให้การเทรดของคุณเป็นเรื่องที่เรียบง่าย และที่สำคัญคือคุณต้องวางแผนการเทรดก่อนการเข้าเทรดทุกครั้ง เพื่อเป็นการควบคุมอารมณ์ของคุณ ไม่ให้ความโลภมาครอบงำคุณในช่วงเวลาที่ลงสนามจริง เพราะสิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะทำกำไรจากตลาดแห่งนี้ได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ไม่ใช่ระบบเทรด ไม่ใช่วิธีการเข้า order แต่มันคือความสามารถในการควบคุมอารมณ์และจิตใจที่เข้มแข็งเท่านั้น
คุณเป็นเทรดเดอร์สไตล์ไหน Day trader หรือ Swingtrader? 
Nial Fuller : ในทางทฤษฎีผมเป็นทั้งสองแบบครับ มันขึ้นกับสภาวะตลาดและรูปแบบการฟอร์มตัวของแท่งเทียนที่ผมเห็นโอกาสในการเข้าเทรด ผมจะเทรดใน Time frame 4 ชั่วโมง และ 1 วัน นั่นทำให้ผมมีโอกาสในการเข้า order ทั้งขาขึ้นและขาลง อืม….ผมว่าคงเป็นเพราะสไตล์การเทรดที่มีความยืดหยุ่นของผมที่ทำให้ผมไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองเป็นเทรดเดอร์สไตล์ไหน แต่ถ้าให้ตอบจริงๆ ก็นั่นแหละครับ ผมเป็นได้ทั้งสองอย่าง
คุณใช้กราฟ Time frame ไหนในการเทรด?
Nial Fuller : อย่างที่ผมบอกไปแล้ว ผมจะเทรดบนกราฟ 1 วัน, 4 ชั่วโมง และบางครั้งก็ 1 ชั่วโมงด้วย ผมสนับสนุนให้เทรดโดยการใช้ price action ใน time frame ที่ใหญ่หน่อย ในความเห็นผม ผมว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำไมคนส่วนใหญ่จึงล้มเหลวในการเทรดค่าเงิน พวกเขายึดติด และมัวแต่เพ่งหน้าจอในกราฟย่อยๆ ทำให้พวกเขามองไม่เห็นภาพรวมของตลาด ผมจะเทรดด้วยแนวคิดและแผนการที่มีความชัดเจนใน time frame เหล่านี้ โดย TF 1 วัน จะสามารถบอกเทรนของราคา ระดับราคาที่มีนัยต่อการกลับตัว แนวรับแนวต้าน ผมว่านี่คือสิ่งที่มือใหม่ควรจะเรียนรู้

หลักการพื้นฐานของกลยุทธ์ในการเทรดของคุณคืออะไร ?
Nial Fuller : ผมใช้ Price action ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย ไม่มี indicators โดยทั่วไปผมจะเทรดตามเทรนร่วมกับการใช้ระดับของราคาที่มีนัยในการมองทิศทาง โดยใช้รูปแบบการกลับตัวของ Price action ในการ confirm สัญญาณการเข้า order
สิ่งที่ผมทำอยู่มันเป็นอะไรที่เรียบง่าย และระหว่างเทรดผมจะไม่เปลี่ยนแผนกลางคัน เพราะผมจะเชื่อมั่นในเหตุผลที่ผมเข้าเทรด โดยมันจะต้องมีเหตุผลหรือปัจจัยที่จะยืนยันสัญญาณการเข้าเทรด ซึ่งผมใช้ระดับราคาและแนวโน้มหลักในการยืนยันสัญญาณ price action โดยถ้ามันขัดแย้งกันผมก็จะไม่เทรด

คุณเทรดบ่อยแค่ไหน ?
Nial Fuller : ผมต้องขอบอกว่าเฉลี่ยแล้วผมจะเทรดประมาณ 3-4 ครั้งต่อหนึ่งอาทิตย์ ผมรู้ว่ามันฟังดูน้อยแต่เพราะผมต้องการรักษาวินัยในการเทรด ผมจึงหลีกเลี่ยงการเทรดที่มีสัญญาณ confirm ไม่ครบตามกฎของผม จริงๆแล้วมันก็มีโอกาสที่จะเข้าเทรดได้มากกว่านี้ แต่ด้วยประสบการณ์ในการเทรดของผมเกือบ 10 ปี ทำให้ผมพยายามกรองและเลือกเทรดเฉพาะในโอกาสที่มีความน่าจะเป็นมากที่สุด ในอดีต ผมเคยเทรดมากครั้งเกินไปและนั่นทำให้ผมสูยเสียเงินไปจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ดังนั้นวันนี้ผมจึงพยายามเลี่ยงที่จะเสียต้นทุนค่าเรียนรู้เหล่านั้น

คุณ set เป้าหมายในการเทรดอย่างไรต่อสัปดาห์หรือต่อเดือน?
Nial Fuller : ผมไม่เชื่อว่าเราจะสามารถวางแผนได้จริงๆหรอกว่าเราสามารถทำเงินได้เท่าไรในแต่ละสัปดาห์หรือในแต่ละเดือน ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือเราต้อง focus ในแต่ละการเทรด ผมแค่พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ เทรดเดอร์หลายคนอาจจะสามารถตั้งเป้ากำไรจากการเทรดของเขาในแต่ละสัปดาห์ แต่นั่นไม่ใช่ผม ผมแค่พยายามวางแผนและวางเป้าในแต่ละไม้ โดยเป้าของผมคือการเทรดที่มี risk/reward ratio = 2: 1 เป็นอย่างน้อยในแต่ละการเทรด

อะไรที่คุณคิดว่าทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ?
Nial Fuller : ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้พยายามตระหนักถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ซึ่งผมได้พบว่าสิ่่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จในการเทรดนั้น มี 3 ปัจจัยด้วยกัน อย่างแรกก็คือ ผมมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวผม นั่นก็คือ การใช้ price action มันเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ซับซ้อนและผมสามารถเข้าใจมันด้วยเหตุผลง่ายๆ แต่ถึงแม้วิธีการเทรดจะสำคัญแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด อีกปัจจัยคือการที่ผมเริ่มเขียน blog เริ่มเขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มตลาด เผยแพร่การเดินทางในการเป็นเทรดเดอร์ของผมเป็นประจำ สิ่งนี้มันทำให้ผมมีวินัยและอยู่กับตลาดตลอดเวลา ส่วนปัจจัยสุดท้ายก็คือการที่ผมไม่เสพติดการเทรด ผมพยายามไม่ให้การเทรดมามีผลต่อวิถีชีวิตของผมมากเกินไป ผมจะไม่เฝ้าดูกราฟตลอดเวลา ผมจะเข้า order แล้วปล่อยให้มันวิ่งไปตามแผนการที่ผมวางไว้ จำไว้ว่าการเฝ้าดูกราฟมากเกินไปจะทำให้อารมณ์มามีผลต่อการเทรดในที่สุด
Thank::  Btrader

Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน

Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน เรื่องราวความเป็นมาของเขาไม่ได้มีอะไรแปลกพิศดาร จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้ต่างไปจากเทรดเดอร์หลายๆคนที่เข้าสู่วงการเทรด เริ่มแรกเขาเพียงต้องการหางานอิสระให้กับตัวเอง เพราะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานประจำที่ต้องทำมากกว่า 60 ชั่วโมงต่ออาทิตย์เพื่อทำให้คนอื่น (นายจ้าง) รวย ซึ่งถ้าเขาอยากได้เงินเพิ่มเขาก็ต้องทำโอที แต่นั่นก็ไม่ทำให้ตำแหน่งของเขาปรับขึ้น งานของเขา มันเป็นงานที่คนอื่นๆเรียกมันว่า ”งานที่ไร้อนาคต” ตอนนั้นเขายังเด็กและไม่ได้มีเงินเก็บเลย แต่เขามีบางอย่างที่หลายคนไม่มี ขามีความกล้าที่จะออกไปจากสถานการณ์แบบนั้น พร้อมด้วยแรงผลักดันอันแรงกล้าจากภายใน และเนื่องจากเขามีความหลงใหลในตลาดเงินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เขาจึงรู้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเป็น 

ในช่วงแรก เขาเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับความพยายามคิดหาหนทางที่จะเอาชนะตลาดให้ได้ แล้วในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่า สิ่งที่เขาพยายามอยู่นั้นมันไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้ทำอะไรเลย!!!
หลังจากนั้น เขาตั้งหน้าตั้งตาอ่านทุกสิ่่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเทรดค่าเงิน ทั้งจากหนังสือ อินเตอร์เน็ต มันมีสิ่งที่ต้องอ่านมากมายจริงๆ ทั้งหมดที่เขาทำ เขานั่งศึกษาและเรียนรู้มันอยู่ที่บ้านของเขา ไม่ต้องมีเจ้านาย ไม่ต้องมีต้นทุน มันเป็นอะไรที่ใครๆ ก็ทำได้ “ผมตื่นเต้นมากจริงๆ ในตอนนั้น ผมจึงลองเปิดบัญชี Demo และโหลดโปรแกรม MT4 มาเทรด โดยผมดูวิธีเทรดจาก  YouTube เป็นส่วนใหญ่”  หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็เทรดค่าเงินเป็นอาชีพมาตลอดเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ในช่วงแรก เขาไปลงเรียนกับอาจารย์สอนเทรดหลายๆคน พอเรียนจบกับคนนี้ก็ไปเรียนต่อกับคนนั้น ไปเรื่อยๆ  จนในที่สุดเขาก็เริ่มคิดได้ว่า จริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะทุกคนมีมุมมอง วิธีคิดหรือปรัชญาในการมองตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้น คุณจำเป็นต้องค้นหาวิธีเทรดด้วยตัวของคุณเอง คนที่ช่วยสอนเทรดส่วนใหญ่จะให้คุณได้มากในเรื่องของ basic เกี่ยวกับตลาดค่าเงิน และทำให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดรวมถึงปัจจัยที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์ แต่สุดท้ายแล้ว คุณจะเทรดอย่างไร คุณต้องหามันเอง!!!!!!
“แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าอาจารย์สอนเทรดเก่งๆ ก็มีอยู่บ้าง แม้จากประสบการณ์โดยตรงของผมที่เป็นทั้งผู้เข้าเรียนและผู้สอน ผมรู้สึกว่าคนที่เข้าเรียนได้รับประโยชน์จากการอบรมเพื่อจะเป็นเทรดเดอร์อิสระไม่มากนัก สถาบันอบรมเหล่านี้ จะแสดงผลกำไรให้คุณเห็นว่าเขาสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นรายวัน รายสัปดาห์ที่เหลือเชื่อ จนคุณอดใจไม่ไหวต้องจ่ายเงินค่าเรียนเทรดให้พวกเขาจำนวนมาก ในความเห็นของผมโดยสัตย์จริง ผมมองว่าถ้าผู้สอนเหล่านี้รู้จริงเกี่ยวกับการเทรดค่าเงิน และสามารถบอกผู้เรียนได้ถึงอุปสรรคต่างๆ ในการเทรดได้อย่างครบถ้วน ก็น่าจะมีคนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดมากกว่านี้”
คุณคิดว่าในการสอนของผู้สอนเทรดส่วนใหญ่ ขาดอะไรไปบ้าง
“อืม ผมเชื่อว่าผู้สอนเทรดเหล่านั้น รู้สึกว่าเขาควรจะต้องสอนทุกอย่างให้แก่นักเรียนของเขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้นักเรียนเหล่านั้นได้ข้อมูลคุ้มค่ากับค่าเล่าเรียน แต่สุดท้ายผู้สอนมักจะให้บทเรียนที่มากเกินไปจนนักเรียนของเขาไม่สามารถรู้อะไรได้อย่างถ่องแท้เลยสักอย่าง” เวลาที่เรียนอะไรก็ตามเกี่ยวกับวิธีหรือหลักการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเทรดนั้น คุณไม่ได้ต้องการน้ำน้ำหรอก สิ่งที่คุณต้องการคือเนื้อแท้หรือแก่นจริงๆ ที่จะได้ใช้ในการเทรดเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว อะไรก็ตามที่อาจารย์พยายามจะยัดเยียดให้ คุณไม่เคยได้ใช้มันหรอก คุณต้องจำไว้ว่า “น้อยดีกว่ามาก” แต่คุณต้องรู้ไอ้ที่น้อยๆ นั้นอย่างลึกซึ่ง นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรด
ถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออกเกี่ยวกับสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ ขอให้คุณจินตนาการว่า ด้วยเงิน $19.99 ระหว่างการกินไก่ KFC 20 ชิ้น กับ การกิน 3 ชิ้น ในข้อแม้ว่าคุณต้องกินให้หมดเท่านั้น อันไหนมันดีกว่ากันสำหรับคุณ???
คิดยังไงเกี่ยวกับ EA
“Expert Advisors หรือ EA จริงๆ ผมก็ว่ามันดีนะ มันสามารถช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น ทำให้เราใช้เวลาอยู่หน้าจอน้อยลง  แต่ผมไม่ชอบเลย พวกที่มาขายระบบเทรด หรือ EA ผ่านเมล์หรือเว็บไซต์ต่างๆ แล้วบอกว่ามันสามารถทำเงินได้ 5% ต่อเดือน “Only $259 Get it now ” มันตลกไหม ถ้าคุณมี EA ที่สามารถทำเงินให้คุณได้ 5% ทุกเดือน ทำไมคุณจะขายมันแค่ $259 ล่ะ จริงไหม
โดยส่วนตัว ผมชอบที่จะเปิด order ด้วยตัวเองมากกว่า แต่อาจเอา EA เข้ามาช่วยในบางครั้งเพื่อติดตามผลการเทรด สำหรับผม EA มันใช้ไม่ได้ผลสักเท่าไร
หลักการคิดเกี่ยวกับการใช้ EA ก็คือคุณสามารถจำกัดการใช้เวลาในการทำสิิ่งที่คุณรักซึ่งก็คือการเทรดน้อยลง มันบ้ามากใช่ไหม ถ้างั้นแล้วเวลาว่าง คุณจะทำอะไรล่ะ ^^
ระบบเทรดและ Time Frame ที่ใช้ 
ระบบเทรดที่ผมใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยทั่วไปก็คือขนาดของพอร์ต margin ,leverage และเป้าหมายของผม แต่ในแผนของผม ผมจะเลือกวิธีเทรดแค่หนึ่งถึงสองวิธีเท่านั้น ผมจะไม่พยายามเทรดด้วยหลายๆ ระบบในหนึ่งบัญชี เพราะคุณจำเป็นต้องใช้สมาธิกับระบบหนึ่งระบบใดเท่านั้น ผมรู้ว่ามีเทรดเดอร์หลายคนอาจบอกคุณว่าพวกเขาเทรดโดยใช้ Fibonacci retracements, ดู pivots และใช้แนวรับแนวต้านเป็นรายวันเพื่อหาจังหวะเข้าเทรด นั่นอาจทำให้คุณต้องใช้ยานอนหลับเพราะโรคนอนไม่หลับ ผมชอบที่จะใช้ time frame ใหญ่หน่อย เพื่อที่จะมองทิศทางว่าคู่เงินนั้นๆจะไปทางไหนในหนึ่งถึงสามเดือนข้างหน้า ความเข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของค่าเงินหนึ่งคู่นั้นมันคล้ายๆกับการที่คุณเข้าใจแฟนของคุณ และคุณต้องมีแฟนได้ทีละคน อย่ามีทีละเป็นสิบคน เพราะการจะเข้าใจใครซักคนนั้นมันต้องใช้เวลาในการเรียนรู้
หลังจากผมได้ทิศทางของตลาดแล้ว ผมจึงจะลดขนาดมุมมองไปดูที่ time frame ที่เล็กลง แต่โดยทั่วไปผมจะไม่ใช้ TF ที่เล็กกว่า 30 นาที
คนประเภทไหนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์ 
ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์ได้ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปแบบ ความเป็นมาหรือพื้นฐานเฉพาะของใครบางคน ผมคิดว่าคนจำนวนมากพยายามจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นข้ออ้างให้กับตัวเอง ผมพูดเสมอว่า ”ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำได้คุณก็จะทำได้”  สำหรับคำแนะนำของผมสำหรับมือใหม่ ก็คือ อย่าพยายามเรียนรู้ที่จะเทรดค่าเงิน option ,future หรือแม้แต่หุ้น แค่เพราะว่าคุณเห็นคนอื่นกำลังทำเงินจากมันได้เป็นจำนวนมาก แต่จงทำมันเพราะคุณรักในการเทรด และคุณชอบที่จะอ่านข่าว รวมถึงวิเคราะห์ชาร์ต
นอกเหนือจ่ากการเทรดแล้ว คุณทำอะไรบ้าง
ผมพยายามออกกำลังกาย ทำอาหาร อ่านหนังสือบ้าง และแน่นอนบางวันผมก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่ผมก็ยังสนุกกับการทำ back test ในเวลว่างด้วยเช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรื่องเปิดเสรีในไทยเกี่ยวกับ Forex

1. สิ่งที่เราเทรดอยู่ในเวลานี้ เป็นเพียง future ชนิดนึง เราไม่ได้ทำการซื้อขาย เปลี่ยนมือค่าเงินจริงๆ ฉะนั้นข้อห้ามที่ว่า ห้ามบุคคลธรรมดาซื้อขายแลกเปลี่ยน เงินตราจึงเป็นคนละประเด็นบุคคล ธรรมดาทั่วไปย่อมมีเสรีภาพในการเลือกลงทุนอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือต่างประเทศ แต่ที่เราเลือกเทรด Forex ที่ต่างประเทศ มากกว่าเลือกเปิดบัญชี เทรด future ที่บ้านเรานั้น ก็เนื่องด้วยเงินลงทุนที่น้อยนิด เทียบกันไม่ได้เลย กับการเปิดบัญชี future ที่บ้านเราฉะนั้นการเปิดบัญชี Forex จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายใดๆ สามารถทำได้ และไม่มีข้อห้าม เพราะถือเป็นการลงทุน และการหารายได้ชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการไปซื้อหุ้นที่ต่างประเทศ เช่น ซื้อหุ้นที่อเมริกา หรือ ญี่ปุ่น

2. การเทรด Forex ส่วนใหญ่ก็ล้วนอาศัยปัจจัยทางด้านเทคนิคมากกว่า ผมจึงเห็นแย้งกับบางท่าน ที่ว่าเปิด Forex ในไทย แล้วทำให้เกิดการพัฒนาด้านองค์ความรู้ในการเทรด ปัจจุบันไม่ว่าการเทรดหุ้น ทอง หรือสัญญา future ก็ล้วนใช้เทคนิคมาอธิบายความเป็นไปทั้งสิ้น มีพื้นฐานการเรียนรู้เหมือนกัน และอีกอย่างบทวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพื้นฐาน หรืิอ เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับ Forex ก็ล้วนหาอ่านได้ตามเวบต่างประเทศมากมาย และสถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ด้านเทคนิคก็มีมากมายอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อไปเรียนก็สามารถนำมาใช้ได้ทุกตลาด ไม่ต่างกัน

3. ผู้เทรด Forex ในไทย ล้วนเป็นนักลงทุนรายย่อย กว่า 80% มีทุนในการเปิดบัญชีไม่เกิน 50,000 บาท ฉะนั้นหากมีการเปิดเสรีในไทย นักลงทุนรายย่อยกลุ่มนี้ก็คงไม่ได้รับความสนใจเท่าไรนัก เพราะว่าในอนาคตเมื่อเปิดเสรีค่าคอม โบรกเกอร์จะหันไปดึกนักลงทุนรายใหญ่ๆ ส่วนรายย่อยนั้นไร้ความสำคัญ และไม่คุ้มต่อต้นทุนของโบรกเกอร์ผู้ให้บริการเท่าใดนั้น อีกประการ คือ การที่เราเปิดบัญชี Forex ที่ต่างประเทศ ค่าคอมถูกมาก หรือ บางโบรกแทบไม่มีเลย แน่นอนหาก ไทย มีการอนุญาตให้เปิดอนุญาตให้โบรกเกอร์มีบริการซื้อขาย Forex ค่าคอมย่อมสูงกว่าหลายเท่าตัว

4. สิ่งที่นักเทรด Forex ควรทำความเข้าใจคือ ประเด็นการเสียภาษีเมื่อมีรายได้จากการลงทุนมากกว่า นั้นคือสิ่งที่น่ากลัว เพราะว่า กำไรจากการเทรด ถือเป็นรายได้ ฉะนั้นเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ย่อมต้องเสียภาษีด้วย แต่ประเด็นก็คือว่า ส่วนใหญ่มักจะขาดทุน หรือว่า เมื่อได้กำไรมา ก็ไม่ถึงเกณฑ์ภาษีที่กำหนด ฉะนั้นเรื่องภาษีจึงตกไป

ฉะนั้นให้ทุกคน สบายใจได้เลยว่า การที่ท่านนั่งหลังขดหลังแข็ง เฝ้าหน้าจอทำการเทรด ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม ไม่ต่างอะไรจากการไปซื้อหุ้นที่ต่างประเทศ และหากมีการเปิดเสรี forex ในไทยจริงๆ มีโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับการซื้อขาย forex ในไทยจริงๆ ก็คาดว่าหลายท่านก็คงไม่เลือกใช้บริการอยู่ดี เหตุเพราะ มีค่าคอมมิชั่นสูง จำนวนทุนในการเปิดบัญชีสูง และที่สำคัญ วอลุ่มน้อยมาก นั้นเอง (ขนาด future เปิดมานานแล้ว วอลุ่ม Bid offer ยังโชว์ไม่ถึง 100 สัญญา) และประเด็นสุดท้าย ไม่ว่าจะในประเทศที่เจริญแล้ว หรือว่ายังไม่เจริญ ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะทำให้มีการเทรดเป็นอาชีพมากขึ้น แต่อย่างใด ตลาดหุ้นเปิดมากว่า 30 ปี ก็ยังมี แมงเม่าเหมือนเดิม มีคนที่สำเร็จ 10% และ คนที่ล้มเหลว 90% เหมือนเดิม

ฉะนั้นเราสามารถ เลือกเองได้ว่าจะเลือกเทรดเป็นอาชีพ หรือ เลือกล้มเหลวได้ด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศเราจะอนุญาตให้มีหรือไม่มี เพราะสุดท้าย จะอนุญาต หรือ ไม่อนุญาต คนที่ประสบความสำเร็จ ก็ยังอยุ่ในกลุ่ม 10% เหมือนเดิม

สิ่งที่สำคัญ เทรดเดอร์ตีความ อาชีพเทรดเดอร์ว่าอย่างไร เพื่อปากท้องวันต่อวัน? หรือ เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เรามีตัวอย่างเทรดเดอร์มืออาชีพในตลาดหุ้นมากมายให้ศึกษา แน่นอนเขาไม่ได้หวังกำไร เพื่อปากท้องวันต่อวัน

หรือหวังให้ประทั่งชีวิตเดือนๆไป เมื่อเขามีเป้าหมาย มีจุดหมาย เขาย่อมรู้ดีกว่า จะเทรดอย่างไรให้ไปถึง ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

ความน่าเชื่อถือ exness

EXNESS ในการลงทุนระหว่างประเทศและการเงินเอ็กซ์โปแสดงนานาชาติที่เก้าที่ทุ่มเทให้กับการลงทุนทางการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศและการเงินโปเกิดขึ้นในกวางโจวประเทศจีนเมื่อ 21-23 กันยายน 2012 บริษัท ของเราในขณะที่เราได้กล่าวแล้วเป็นเงินสปอนเซอร์ของการแข่งขัน
EXNESS ก็สามารถที่จะแสดงให้เห็นถึงการให้บริการของเราเพื่อให้ผู้เข้าชมร่วมกับคนอื่น ๆ ในจัดแสดงนิทรรศการในหมู่คนเป็นโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเช่นตลาดทุน Saxo เหล็ก FXEasyForexFBS และอื่น ๆ
ทีม EXNESS ทำงานอย่างหนาแน่นยาก - นิทรรศการสามวันโดยมีผู้เข้าร่วมหลายพันผู้ค้า ผู้เชี่ยวชาญ EXNESSของการประชุมจำนวนมากและให้คำปรึกษากับลูกค้าและคู่ค้า ผู้เข้าชมของเราก็มีความสนใจในหลากหลายของปัญหาเริ่มจากพื้นฐานของการซื้อขายเป็นมืออาชีพและลงท้ายด้วยคำถามเกี่ยวกับวิธีการทำงานกับเราในฐานะหุ้นส่วน สิ่งที่แปลกใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งและยินดีที่ผู้เข้าชมของเราคือการที่ตัวแทน บริษัท ของเรามีความเท่าเทียมกันสามารถที่จะตอบคำถามทุกข้อไม่ว่าจะใส่ในภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนเงื่อนไขการเทรดที่เป็นเอกลักษณ์ที่นำเสนอโดย EXNESS ใช้ได้สำหรับทุกหนึ่งของลูกค้าของเรากระตุ้นความสนใจในหมู่ผู้ค้า

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เล่นทองคำกับโบรก Exness

วิธีใช้งานโปรแกรม MT4 เปิดทองคำ
1. เมื่อเปิดโปรแกรม ก็จะได้หน้าตาอย่างนี้นะครับ ก่อนอื่นให้ทำการซ่อนรายการที่เราไม่ได้เทรดทั้งหมด โดยการคลิกขวาที่ Symbol ดังรูปแล้วเลือก Hide All จากนั้นก็ปิดหน้าต่างทั้ง 4 ตามรูป









2.ต่อมาให้คลิกขวาที่ Symbols แล้วเลือก Symbols อีกครั้ง เพื่อเลือกสินค้าที่เราต้องการลงทุน หรือจะคลิกขวาแล้ว Show แล้วหา สัญลักษณ์ว่า XAU/USD









3. เลือกสินค้าที่เราต้องการจะลงทุน ในที่นี้ผมเลือกทองคำ ซึ่งใช้สัญลักษณ์ว่า XAU/USD ครับ แล้วก็คลิกที่ 
Show แล้วปิดหน้าต่างเล็กๆ นี้ออกไป









4. จากนั้นให้เปิด Chart Window โดยคลิกขวาที่ สินค้าที่เราลงทุน ในที่นี้คือ XAUUSD นะครับ แล้วเลือก Chart Windows ตามรูป








5. เมื่อได้ Chart windows มาแล้วให้คลิกตามรูป เริ่มจากคลิกเพื่อขยายให้ใหญ่ก่อน จากนั้นก็มาเลือก Candle stick เพื่อให้ง่ายต่อการดูกราฟ จากนั้นก็คลิก เลือก ย่อขยายได้ตามใจชอบ ที่สำคัญเรามีเงินเดโม ถึง 5,000 usd เลยทีเดียวเพื่อใช้สำหรับทดลองเทรด








เป็นอันจบขั้นตอนของการเปิดกราฟ ทดลอง MT4 ครั้งแรกนะครับ เพื่อนๆ ที่เริ่มลงทุนคงกำลังสับสนว่า แล้วเราจะเทรดหรือลงทุนได้อย่างไร  เรามาดูขั้นตอนต่อไปกันครับ

ต่อไปนี้เป็นวิธีการ เทรด ด้วยการซื้อตั๋วและปิดตั๋วครับ
1. ให้คลิกขวาที่สินค้าของเรา คือ XAUUSD แล้วเลือก New Order เพื่อเปิดตั๋ว









2. เลือกว่าจะซื้อขาขึ้นหรือขาลง
การซื้อขาขึ้น หมายความว่า เราคาดการณ์ว่าราคาทองจะขยับขึ้น ดังนั้น เราจึง เลือกซื้อ ณ ราคาปัจจุบันแล้ว ไปขายในราคาที่มากกว่าในอนาคต
การซื้อขาลง หมายความว่า เราคาดการณ์ว่าราคาทองจะขยับลง ดังนั้น เราจึง เลือกขาย ณ ราคาปัจจุบันแล้ว ไปช้อนซื้อราคาที่น้อยกว่าในอนาคต









3. หน้าจอนี้แสดงว่าได้ทำการซื้อแล้ว  ให้เราคลิก OK เพื่อไปต่อ

4. จะสังเกตว่าที่ด้านล่างจะมีรายการตั๋วที่เราเพิ่งลงทุนไป









5. สำหรับการปิดตั๋ว กรณีที่เราได้กำไรมาแล้วและเราต้องการจะปิดตั๋ว เราสามารถทำได้ดังนี้คือ คลิกขวาที่รายการตั๋วด้านล่างแล้วเลือกที่ Close Order








6. จากนั้นให้เลือก Close ที่เป็นแทป สีเหลือง เพื่อยืนยันการปิดตั๋ว









7. ให้คลิก OK เพื่อปิดหน้าจอ
ยากไหมครับ  เพื่อนๆ ผมพยายามสอนให้แบบ Step by Step เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจ เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็สามารถทำกำไรกับตลาดโกลด์สปอตได้แล้วนะครับ

ถ้ายังไม่มีบัญชีซื้อ-ขาย โปรดคลิ๊ก เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นไทยผ่านโปรแกรมเทรด MT4 มีเครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่ละเอียด